คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าการขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องปรากฏว่าการขายนั้นฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขายทอดตลาด ไม่ใช่เพียงการอ้างว่าราคาที่ขายได้ต่ำกว่าที่ควรเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 308 วรรคแรกการที่จะอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทรัพย์สินโดยไม่ชอบนั้นจะต้องปรากฏว่าการขายทอดตลาดนั้นฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ได้คัดค้านว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ไม่ถูกต้อง คงคัดค้านเฉพาะราคาว่าต่ำกว่าที่ควรเท่านั้น ซึ่งปรากฏว่าผู้ประมูลได้ให้ราคาสูงกว่าทั้งราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีและราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินทั้งไม่ปรากฏว่าในการขายทอดตลาดมีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าไม่สุจริตแต่อย่างใด ราคาที่ผู้ประมูลซื้อในการขายทอดตลาดจึงเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
มูลคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาด
จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ ในราคาต่ำกว่าที่ควร ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาด
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 308 วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ขายแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดได้เมื่อพ้นระยะเวลาอย่างน้อยห้าวันนับแต่วันยึด การขายนั้นให้ดำเนินตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น และตามข้อกำหนดของศาลซึ่งระบุไว้ในคำสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์สินนั้น ถ้าหากมี" ตามบทบัญญัติดังกล่าว การที่จะอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทรัพย์สินโดยไม่ชอบนั้น จะต้องปรากฏว่า การขายทอดตลาดนั้นฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องการขายทอดตลาดทรัพย์สิน แต่คดีนี้จำเลยที่ 2 ไม่ได้คัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ไม่ถูกต้องคงคัดค้านเฉพาะราคาว่าขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ในราคาต่ำกว่าที่ควรเท่านั้น ซึ่งในข้อนี้ปรากฏว่าผู้ประมูลได้ให้ราคาสูงกว่าทั้งราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีในขณะยึดและสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินที่ได้กำหนดไว้สำหรับเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ทั้งไม่ปรากฏว่าในการขายทอดตลาดมีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าไม่สุจริตแต่อย่างใดราคาที่ผู้ประมูลซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2ในการขายทอดตลาดเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2536
ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรหม วิ ละ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรหม วิ ละ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา ธนานันท์ · เริงธรรม ลัดพลี · สมาน เวทวินิจ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ