⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4930/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4930/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องไปแล้ว แม้จะเป็นข้อเท็จจริง แต่หากการวินิจฉัยนั้นมีผลผูกพันถึงประเด็นเรื่องอายุความซึ่งเป็นข้อกฎหมาย ก็ถือเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกันและเป็นสาระแก่คดีที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฎีกาว่า คำให้การของจำเลยทั้งห้าไม่ชัดแจ้ง คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ เมื่อคดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ดังนั้น ปัญหาว่าคดีมีประเด็นเรื่องอายุความหรือไม่จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินโฉนดเลขที่ 12909 เป็นสินสมรสของโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนทำนิติกรรมโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ นิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆียะก่อนฟ้องโจทก์ได้บอกล้างนิติกรรมนี้แล้ว ขอบังคับให้จำเลยทั้งห้าไปจดทะเบียนเพิกถอนสัญญาซื้อขายตามฟ้อง และโอนกรรมสิทธิ์จากชื่อของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นชื่อของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 โอนใส่ชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ในที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งห้าให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1มิได้เป็นสามีภรรยากัน ที่ดินตามฟ้องมิใช่สินสมรสแต่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 แต่เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 1 มีสิทธิทำสัญญาขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ จำเลยที่ 2ถึงที่ 5 ซื้อที่ดินโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายและคดีของโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่โจทก์ฎีกาว่าคำให้การของจำเลยทั้งห้าที่ต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความไม่ชัดแจ้ง คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความนั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ซึ่งเป็นสามีฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินสินสมรสที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาได้กระทำไปโดยปราศจากความยินยอมของโจทก์ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคสอง ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้นและต้องนำมาปรับใช้ในคดีนี้ได้บัญญัติห้ามมิให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว ถ้าปรากฏว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้นบุคคลภายนอกได้กระทำการโดยสุจริต คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2ถึงที่ 5 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้กระทำการโดยสุจริต ซึ่งศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเพราะคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเสียแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ เช่นนี้ ปัญหาว่าคดีมีประเด็นเรื่องอายุความหรือไม่จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4930/2536 นาย เคล้า ยา สุข โจทก์ นาง ประยูร ยา สุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เคล้า ยา สุข · จำเลย - นาง ประยูร ยา สุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา