คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปลูกสร้างโรงเรือนส่วนใหญ่อยู่ในที่ดินของผู้อื่น ถือเป็นการปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่นตามมาตรา 1310, 1311 หาใช่การปลูกสร้างรุกล้ำตามมาตรา 1312 และผู้ปลูกสร้างต้องรื้อถอนและคืนสภาพที่ดินให้แก่เจ้าของที่ดินโดยเสียค่าใช้จ่าย.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ปลูกบ้านในที่ดินของโจทก์ประมาณร้อยละ70 ส่วนอีกร้อยละ 30 ปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลยที่ 1 เมื่อปรากฏว่าโรงเรือนส่วนใหญ่อยู่ในที่ดินของโจทก์ จึงเป็นกรณีปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่น ตามป.พ.พ. มาตรา 1310, 1311 หาใช่เป็นกรณีปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำตามมาตรา 1312 ไม่
การที่จำเลยทั้งสี่ปลูกสร้างบ้านลงในที่ดินของโจทก์ โดยรู้ว่าไม่มีสิทธิเช่นนั้น จึงเป็นการปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริต ตามมาตรา 1311 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนบ้านส่วนนที่อยู่ในที่ดินของโจทก์ออกไป และจำเลยต้องทำที่ดินให้เป็นตามเดิมแล้วส่งคืนแก่โจทก์โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
ในคดีส่วนอาญาศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่มีเจตนากระทำความผิดอาญา หาใช่การกระทำโดยมีเจตนา-สุจริตตามความหมายในคดีส่วนแพ่งไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายขจรศักดิ์ กันต์พิทยา · จำเลย - นางอุไรวรรณ สืบประสิทธิ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพร ทองประยูร · สกล เหมือนพะวงศ์ · โสภณ จันเทรมะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา