⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 61/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ โดยมีข้อตกลงว่าผู้รับเช็คจะยังไม่นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะตั๋วเงิน แม้ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับให้แก่โจทก์ เพื่อแทนเช็คจำนวน 10 ฉบับ ที่จำเลยได้สั่งจ่ายชำระหนี้ค่ากระจกให้แก่โจทก์และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยมีข้อตกลงกันว่า เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดจำเลยจะนำเช็คใหม่หรือเงินสดมาแลกเช็คพิพาทไปจากโจทก์โดยไม่ให้โจทก์นำเช็คเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ถือได้ว่าจำเลยออกเช็คพิพาททั้งสามฉบับให้แก่โจทก์โดยมีเจตนาเพื่อให้เป็นประกันการชำระหนี้ที่โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คทั้งสิบฉบับของจำเลยไม่ได้ หาได้มีเจตนาที่จะให้โจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ตามวิธีการในทางแพ่งของกฎหมายลักษณะตั๋วเงินไม่ แม้ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับการกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 3 กระทง โดยโทษตามเช็คฉบับแรกและฉบับที่สองจำคุกกระทงละ 1 เดือน โทษตามเช็คฉบับที่สามจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 5 เดือน คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 เดือน 10 วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ในชั้นพิจารณาโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า เช็คพิพาททั้งสามฉบับ เป็นเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้ค่ากระจกให้แก่พยาน พยานไม่มีข้อตกลงกับจำเลยว่าพยานจะไม่นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินแต่ให้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารได้เมื่อเช็คพิพาททั้งสามฉบับถึงกำหนดแต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์กลับเบิกความเป็นพยานว่า ก่อนจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับแก่พยาน จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 10 ฉบับ ชำระหนี้ค่ากระจกให้แก่พยานก่อน เมื่อเช็คทั้งสิบฉบับดังกล่าวเรียกเก็บเงินจากธนาคารไม่ได้จำเลยจึงได้ติดต่อขอผ่อนชำระหนี้ให้แก่พยาน โดยสั่งจ่ายเช็คพิพาทในคดีนี้ให้พยานแทน สำหรับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1และ จ.3 พยานมีข้อตกลงกับจำเลยว่าไม่ต้องนำไปเรียกเก็บเงินเมื่อถึงกำหนดแล้วจำเลยจะนำเช็คฉบับใหม่มาเปลี่ยนกับพยาน การที่โจทก์เบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องกับในชั้นพิจารณาถึงข้อเท็จจริงแตกต่างกันเช่นนี้ เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ไม่นำเช็คพิพาทเรียกเก็บเงินจากธนาคารตรงตามวันที่สั่งจ่ายในเช็คดังกล่าวแล้วทำให้เชื่อได้ตามคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับให้แก่โจทก์นั้น เป็นการออกเช็คเพื่อแทนเช็คจำนวน 10 ฉบับ ที่จำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้ค่ากระจกให้แก่โจทก์และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยมีข้อตกลงกันว่าเมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดจำเลยจะนำเช็คใหม่หรือเงินสดมาแลกเช็คพิพาทไปจากโจทก์ โดยไม่ให้โจทก์นำเช็คเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ซึ่งสำหรับเช็คพิพาทตามเอกสารหมาย จ.5 นั้นก็ปรากฏว่าโจทก์รับมาในวันเดียวกันกับเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 และ จ.3 และตามพฤติการณ์มีเหตุน่าเชื่อว่า โจทก์ได้รับเช็คทั้งสามฉบับไว้พร้อมกันและโดยในสถานะอย่างเดียวกัน กรณีเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าจำเลยออกเช็คพิพาททั้งสามฉบับ ของจำเลยให้แก่โจทก์ โดยจำเลยมีเจตนาเพื่อให้เช็คพิพาทดังกล่าวเป็นประกันการชำระหนี้ที่โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คทั้งสิบฉบับของจำเลยไม่ได้ หาได้มีเจตนาที่จะให้โจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามวิธีการในทางแพ่งของกฎหมายลักษณะตั๋วเงินไม่ แม้ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 61/2536 นาย พรชัย วณิชย์สิริกุล โจทก์ นาย ธีระ จุล กิจ ถาวร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พรชัย วณิชย์สิริกุล · จำเลย - นาย ธีระ จุล กิจ ถาวร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ จันเทรมะ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6223/2534ฎีกา 5414/2536ฎีกา 595/2519ฎีกา 2387/2533ฎีกา 5822/2531ฎีกา 594/2532ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 830/2510ฎีกา 1368/2505ฎีกา 1379/2524ฎีกา 2410/2523ฎีกา 3792-3793/2529ฎีกา 3834/2526ฎีกา 729/2530ฎีกา 1465/2531ฎีกา 1018/2507ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 672/2519ฎีกา 1044/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ