คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 688/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงว่าได้รับเงินเดือนและค่าทิปจากการทำงานเสิร์ฟอาหาร เป็นอุบายหลอกลวงที่ทำให้ผู้เสียหายสมัครใจไปทำงาน เมื่อผู้เสียหายต้องไปทำงานค้าประเวณีตามที่ถูกบังคับ จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อ หรือชักพาไปเพื่อการค้าประเวณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคแรก
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายไปทำงานที่บาร์โดยไม่ทราบว่าจะต้องค้าประเวณีแต่เชื่อคำชักชวนของจำเลยว่าจะได้รับเงินเดือนและค่าทิป ทำงานเฉพาะเสิร์ฟอาหารอย่างเดียวแต่เมื่อผู้เสียหายไปทำงานที่บาร์แล้วถูกเจ้าของบาร์บังคับให้ค้าประเวณี คำชักชวนดังกล่าวเป็นการหลอกลวงให้เห็นว่านอกจากได้รับเงินเดือนแล้วยังได้รับค่าทิปด้วยทั้งระบุถึงงานที่จะต้องทำอันเป็นเหตุให้ผู้เสียหายสมัครใจไปทำงาน นับได้ว่าเป็นการใช้อุบายหลอกลวงแล้ว เมื่อผู้เสียหายตกลงไปทำงานตามคำชักชวน แต่กลับต้องไปทำงานค้าประเวณี จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคแรก และ มาตรา 283วรรคแรก ลงโทษบทหนักตามมาตรา 283 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คนที่หลบหนี เพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นร่วมกันเป็นธุระจัดหาล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งนางสาวดอกอ้อ วงษ์ดี ผู้เสียหาย โดยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะพาไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ปาดังเบซาร์จะได้รับเงินเดือนและค่าทิปจำนวนมาก ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและไปกับจำเลยกับพวกดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกบังคับผู้เสียหายให้ร่วมประเวณีกับชายซึ่งเข้าไปเที่ยวในบาร์หลายคนหลายครั้งเป็นการพาผู้เสียหายไปเพื่อสำเร็จความใคร่ของชายดังกล่าว อันเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายและใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 83
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 282 วรรคแรก ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคแรก และมาตรา 283 วรรคแรกให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 5 ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกา ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นธุระจัดหาหรือชักพาผู้เสียหายไปเพื่อให้ค้าประเวณี แล้ววินิจฉัยว่า การที่ผู้เสียหายไปทำงานที่บาร์ดิสโกมิดสกายโดยไม่ทราบว่าจะต้องค้าประเวณีแต่เชื่อคำชักชวนของจำเลยว่า จะได้รับเงินเดือน 600-700 บาทไม่รวมค่าทิป และให้ทำงานเฉพาะเสิร์ฟอาหารอย่างเดียว แต่เมื่อผู้เสียหายไปทำงานที่บาร์แล้วถูกเจ้าของบาร์บังคับให้ค้าประเวณีคำชักชวนดังกล่าวเป็นการหลอกลวงให้เห็นว่านอกจากได้รับเงินเดือนแล้วยังได้รับค่าทิปด้วย ทั้งระบุถึงงานที่จะต้องทำอันเป็นเหตุให้ผู้เสียหายสมัครใจไปทำงาน นับได้ว่าเป็นการใช้อุบายหลอกลวงแล้วเมื่อผู้เสียหายตกลงไปทำงานตามคำชักชวน แต่กลับต้องไปทำงานค้าประเวณีจำเลยย่อมกระทำผิดโดยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 688/2536
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาง นิตยา สุจิน พรหม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาง นิตยา สุจิน พรหม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ไพบูลย์ จามิกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา