⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 735/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานเกินสมควรในการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ประกอบกับจำเลยได้ชำระค่าปรับไปมากแล้ว และโจทก์ไม่ได้นำสืบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ศาลย่อมมีอำนาจลดค่าปรับลงตามมาตรา 383 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้หากเห็นว่าสูงเกินส่วน.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ผู้รับจ้างทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนดงวดงานในสัญญาจ้างโดยผิดนัดตั้งแต่ งวดที่ 2ถึงงวดที่ 4 และได้เสียค่าปรับให้โจทก์ไปแล้ว 110 วันวันละ 797 บาท สำหรับงวดที่ 5 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ได้ลงมือก่อสร้างเลย ตามพฤติการณ์การทำงานของจำเลยโจทก์น่าจะคาดหมายได้ว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่สามารถทำงานให้เสร็จภายในกำหนดและคงทิ้งงานงวดสุดท้าย ซึ่งโจทก์ควรจะใช้สิทธิยกเลิกสัญญาเสียภายในหนึ่งถึงสองเดือน อันเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่โจทก์กลับปล่อยให้เวลาล่วงเลย ไปกว่า 6 เดือน จึงบอกเลิกสัญญา เป็นความล่าช้าในการ ดำเนินงานของโจทก์เองด้วยส่วนหนึ่งประกอบกับจำเลยได้ชำระ ค่าปรับแก่โจทก์ไปแล้วถึง 110 วัน วันละ 797 บาท ทั้งโจทก์ ก็ไม่ได้นำสืบว่าการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทำงาน งวดสุดท้ายทำให้โจทก์เสียหายมากเพียงใด ดังนี้พิเคราะห์ ทางได้เสียของโจทก์แล้ว ค่าปรับ 196 วัน วันละ 797 บาท ตามข้อตกลงในสัญญานั้นสูงเกินส่วน ศาลย่อมลดลงเป็นจำนวนพอ สมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 การที่ ศาลลดค่าปรับลงเหลือวันละ 500 บาท เป็นเวลา 196 วัน เป็นเงิน 98,000 บาท นั้นเป็นการเหมาะสม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.593

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ผิดสัญญาไม่ก่อสร้างอาคารโรงเรียนให้แล้วเสร็จภายในกำหนดตามสัญญาจ้าง ซึ่งโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาจ้างดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันเสียค่าปรับวันละ 797 บาท ให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงในสัญญานับแต่วันครบกำหนดแล้วเสร็จถึงวันบอกเลิกสัญญาเป็นเวลา196 วัน เป็นเงิน 156,212 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวนับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 41,872.31 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น198,084.31 บาท จำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้เงินให้โจทก์จำนวน 98,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2529 (ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวอันเป็นวันผิดนัด) จนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 9สิงหาคม 2527 โจทก์จ้างจำเลยที่ 3 ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์1 หลังที่โรงเรียนบ้านแม่จั๊วะ ตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ ราคา 797,000 บาท โดยแบ่งงานและการจ่ายค่าจ้างออกเป็น 5 งวด กำหนดสร้างให้เสร็จภายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528หากไม่เสร็จจำเลยยอมให้ปรับวันละ 797 บาท แต่จำเลยที่ 3 ทำงานไม่เสร็จตามสัญญา ตั้งแต่งานงวดที่ 2 ถึงที่ 4 และยอมเสียค่าปรับไปแล้วรวม 110 วัน วันละ 797 บาท ส่วนงานงวดที่ 5 จำเลยที่ 3ไม่ได้จำเลย โจทก์ประกาศยกเลิกสัญญาจ้าง วันที่ 17 ธันวาคม 2528และแจ้งการบอกเลิกสัญญาให้จำเลยที่ 3 ทราบแล้วพร้อมทั้งทวงถามให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ชำระค่าปรับก่อนสัญญาเลิกกันเป็นเวลา196 วัน วันละ 797 บาท รวมเป็นเงิน 156,212 บาท พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 จะต้องถูกปรับวันละ 797 บาท ตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4ทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนดงวดงานในสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.6โดยได้ผิดนัดตั้งแต่งวดที่ 2 ถึงงวดที่ 4 และได้เสียค่าปรับให้แก่โจทก์ไปแล้ว 110 วัน วันละ 797 บาท สำหรับงวดที่ 5 ซึ่งเป็นงวดสุดท้าย จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ได้ลงมือก่อสร้างเลย ตามพฤติการณ์การทำงานของจำเลยดังกล่าว โจทก์น่าจะคาดหมายได้ว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่สามารถทำงานให้เสร็จภายในกำหนดและคงทิ้งงานสุดท้าย ซึ่งโจทก์ควรจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเสียภายในหนึ่งถึงสองเดือนอันเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่โจทก์หาได้บอกเลิกสัญญาไม่ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปกว่า 6 เดือน จึงบอกเลิกสัญญาเป็นการแสดงให้เห็นความล่าช้าในการดำเนินงานของโจทก์เองด้วยส่วนหนึ่งประกอบกับจำเลยได้ชำระค่าปรับแก่โจทก์ไปแล้วถึง 110 วัน วันละ 797 บาท ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทำงานงวดสุดท้ายทำให้โจทก์เสียหายมากเพียงใด พิเคราะห์ทางได้เสียของโจทก์ทุกอย่างแล้วเห็นว่าค่าปรับ 196 วัน วันละ 797 บาท ตามข้อตกลงในสัญญานั้นสูงเกินส่วน ศาลย่อมลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลดค่าปรับลงเหลือวันละ 500 บาท เป็นเวลา 196 วัน เป็นเงิน 98,000 บาท นั้นเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2536 สำนักงาน คณะกรรมการ การ ประถมศึกษา แห่งชาติ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุด ม ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สำนักงาน คณะกรรมการ การ ประถมศึกษา แห่งชาติ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุด ม ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2906/2548ฎีกา 7618/2552ฎีกา 2775/2524ฎีกา 58/2530ฎีกา 7149/2542ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 850/2532ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3414/2541ฎีกา 1331/2534ฎีกา 3616/2558ฎีกา 4194/2536ฎีกา 4919/2547ฎีกา 1966/2551ฎีกา 3059/2538ฎีกา 2139/2565ฎีกา 5996/2530ฎีกา 894/2540ฎีกา 9072/2547ฎีกา 5884/2541ฎีกา 6052/2537ฎีกา 903/2537ฎีกา 356/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ