⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 89/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขายที่ดินของผู้เยาว์ จะถือเป็นพฤติการณ์ที่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบหาได้ไม่ หากผู้ปกครองมิได้จงใจทำให้ศาลมีคำสั่งเช่นนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทราบดีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาว่าที่ดินพิพาทเป็นของบุตรผู้เยาว์ของจำเลย ซึ่งจะต้องขออนุญาตศาลก่อนจึงจะขายได้จำเลยยื่นคำร้องต่อศาล ขออนุญาตขายที่ดินแทนผู้เยาว์ภายหลังทำสัญญาจะซื้อขายกับโจทก์เพียงเดือนเศษไม่ปรากฏว่าพยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนในคดีดังกล่าวนั้น จำเลยจงใจจะไม่ให้ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตเพื่อหลีกเลี่ยงการโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ การที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขายที่ดินของบุตรผู้เยาว์ จะถือว่าเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบหาได้ไม่ จำเลยไม่ผิดสัญญาจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.218 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายที่ดินโฉนดเลขที่ 424 ให้แก่โจทก์ในราคา 770,000 บาท โจทก์วางมัดจำไว้แล้วเป็นเงิน 200,000 บาทส่วนที่เหลือ 570,000 บาท ตกลงชำระในวันที่ 2 กรกฎาคม 2530ซึ่งเป็นวันกำหนดรับโอนที่ดินหากไม่ชำระตามกำหนด โจทก์ยอมให้จำเลยริบเงินมัดจำ ถ้าจำเลยไม่ยอมขาย ยอมให้โจทก์ปรับเป็นเงิน200,000 บาท เมื่อครบกำหนดวันที่ 2 กรกฎาคม 2530 จำเลยไม่สามารถโอนขายที่ดินได้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 400,000บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ทราบดีว่าที่ดินโฉนดที่ 424 ที่จะขายนั้นเป็นของเด็กหญิงเกษรและเด็กหญิงลียาบุตรผู้เยาว์ของจำเลยซึ่งจำเลยไม่มีสิทธินำที่ดินดังกล่าวไปขายให้โจทก์โดยพลการ และต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขายที่ดินแปลงนี้ จึงเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ความผิดของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับส่วนเงินมัดจำจำเลยได้ให้ทนายจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับคืนแล้ว โจทก์ไม่ไปรับคืนเองจำเลยมิได้ผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกดอกเบี้ย ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยได้นำเงินมัดจำ 200,000 บาทมาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้โจทก์รับไป และโจทก์ได้รับเงินมัดจำดังกล่าวคืนไปแล้ว โจทก์คงติดใจดำเนินคดีเกี่ยวกับเบี้ยปรับและดอกเบี้ยต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันที่ครบกำหนดชำระตามหนังสือทวงถามจนถึงวันที่วางเงิน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทราบดีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของบุตรผู้เยาว์ของจำเลย ซึ่งจะต้องขออนุญาตศาลก่อนจึงจะขายได้ และข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลอนุญาตขายที่ดินแทนผู้เยาว์ภายหลังทำสัญญาจะซื้อขายกับโจทก์เพียงเดือนเศษ ไม่ปรากฏว่าพยานหลักฐานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนในคดีดังกล่าวนั้น จำเลยจงใจจะไม่ให้ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตเพื่อหลีกเลี่ยงการโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ การที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขายที่ดินของบุตรผู้เยาว์จะถือว่าเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบหาได้ไม่ จำเลยไม่ผิดสัญญาจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับให้แก่โจทก์ตามสัญญา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2536 นาง อุทัยวรร ณ เสรี อำนวย โจทก์ นาง สม หวัง ลียากาศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง อุทัยวรร ณ เสรี อำนวย · จำเลย - นาง สม หวัง ลียากาศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สังเวียน รัตนมุง · ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 309/2552ฎีกา 322/2541ฎีกา 6348/2549ฎีกา 6380/2537ฎีกา 4630/2534ฎีกา 2523/2521ฎีกา 1311/2494ฎีกา 1867/2530ฎีกา 13068/2558ฎีกา 3109/2528ฎีกา 4385/2540ฎีกา 2623/2549ฎีกา 4588/2533ฎีกา 7240/2544ฎีกา 4836/2567ฎีกา 438/2517ฎีกา 138/2534ฎีกา 2216/2515ฎีกา 797/2499ฎีกา 1908/2537ฎีกา 545/2532ฎีกา 1472/2542ฎีกา 688/2497ฎีกา 588/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา