⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 949/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เด็กหญิงสมัครใจไปอยู่กับจำเลยเองและยินยอมให้จำเลยกระทำการอนาจาร ย่อมไม่เป็นความผิดฐานพรากเด็กไปเพื่อการอนาจาร

ย่อคำพิพากษา

เด็กหญิงว.ไปที่บ้านของจำเลยเองและช่วยจำเลยทำขนมที่บ้านมารดาจำเลยทราบว่าได้เสียกับจำเลย แล้วจึงยอมให้อยู่บ้านกับจำเลยฉันสามีภริยาดังนี้เป็นเรื่องเด็กหญิงว. ต้องการเป็นภริยาจำเลยและสมัครใจไปจากบิดามารดาเอง จำเลยไม่ได้พรากเด็กหญิงว. ไปจากบิดามารดาผู้ปกครองจึงไม่เป็นความผิดฐานพรากเด็กไปเพื่อการอนาจาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือจำเลยได้กระทำชำเราเด็กหญิงวันดี ทำความชอบอายุ 14 ปีเศษซึ่งมิใช่ภริยาของตนจนสำเร็จความใคร่ของจำเลยหลายครั้งโดยเด็กหญิงวันดี ทำความชอบ ยินยอมด้วยจำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควรได้พรากเด็กหญิงวันดี ทำความชอบอายุ 14 ปีเศษ ไปเสียจากนายปาน ทำความชอบและนางสำลี จันทิมา บิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กหญิงวันดี ทำความชอบ เพื่อการอนาจารและกระทำชำเราขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 317 จำเลยให้การรับสารภาพฐานกระทำชำเรา แต่ปฏิเสธข้อหาพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 (ที่ถูกเป็นมาตรา 277 วรรคหนึ่ง)วางโทษจำคุก 4 ปี และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงให้จำคุก 2 ปี และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์จำเลยนำสืบว่า เมื่อเดือนมกราคม 2533 เด็กหญิงวันดี ทำความชอบผู้เสียหายได้ออกจากบ้านซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ไปเที่ยวงานปีใหม่ที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร โดยไปพักอยู่กับตาและยายแล้วได้รู้จักกับจำเลยซึ่งมีบ้านอยู่ห่างไป 800-900 เมตรประมาณกลางเดือนมกราคม 2533 จำเลยได้เข้าไปหาเด็กหญิงวันดีในบ้านของตาและยาย แล้วได้เสียกัน ต่อมาประมาณต้นเดือนเมษายน 2533 เด็กหญิงวันดีได้ออกจากบ้านตาและยาย ไปอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่บ้านของจำเลย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของโจทก์ ว่าจำเลยมีความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจาก บิดามารดา ผู้ปกครองเพื่อการอนาจารหรือไม่ เห็นว่า ได้ความจากเด็กหญิงวันดีว่าเด็กหญิงวันดีไปที่บ้านของจำเลยเองและช่วยจำเลยทำขนมที่บ้าน มารดาจำเลยทราบว่าได้เสียกับจำเลยแล้วจึงยอมให้อยู่บ้านกับจำเลยฉันสามีภริยาดังนี้เป็นเรื่องเด็กหญิงวันดีต้องการเป็นภริยาจำเลยและสมัครใจไปจากบิดามารดาเอง จำเลยไม่ได้พรากเด็กหญิงวันดีไปจากบิดามารดาผู้ปกครอง จึงไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2536 อัยการ สมุทรสงคราม โจทก์ นาย สม ชาย สกุล นุ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สมุทรสงคราม · จำเลย - นาย สม ชาย สกุล นุ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1400/2538ฎีกา 4529/2545ฎีกา 7074/2541ฎีกา 1774/2536ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 2191/2522ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา