⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1238/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนสิทธิการเช่า ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ให้เช่าเดิมออกจากทรัพย์สินที่เช่าได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้ซื้อสิทธิการเช่าตึกของจำเลยที่ได้ทำสัญญาเช่าจากกรมการศาสนาที่ยังไม่หมดอายุการเช่าจากการขายทอดตลาดที่จำเลยถูกบังคับคดี ถือได้ว่าโจทก์ได้สิทธิการเช่าตึกตามสัญญาที่จำเลยทำต่อกรมการศาสนามาโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อโจทก์ไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ในตึกพิพาทต่อไป โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อตึกแถวเลขที่ 2-2/1 ได้จากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดลพบุรี ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 497/2531 เมื่อซื้อได้แล้วโจทก์แจ้งให้จำเลยและบริวารซึ่งอาศัยอยู่ในตึกแถวดังกล่าวขนย้ายออกไป แต่จำเลยและบริวารไม่ยอมออก ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากบ้านดังกล่าวและห้ามเข้าเกี่ยวข้องอีก กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 8,000 บาท จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัวระหว่างจำเลยกับกรมการศาสนา เมื่อสัญญาเช่ายังไม่สิ้นสุดจำเลยจึงมีสิทธิอยู่อาศัยตามสัญญาเช่า โจทก์ยังมิได้รับความยินยอมจากกรมการศาสนาให้เข้าทำนิติกรรมใด ๆ อันจะก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ในตึกแถวพิพาทโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย หากนำตึกแถวพิพาทให้เช่าได้ค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 200 บาท ขอให้ยกฟ้อง ในวันสืบพยานนัดแรก โจทก์และจำเลยรับข้อเท็จจริงกันว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทได้จากการขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 497/2531 สิทธิการเช่าดังกล่าวเป็นของจำเลยซึ่งเช่าจากกรมการศาสนา และจำเลยถูกบังคับคดีในคดีดังกล่าว ขณะนี้สัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ และขณะนี้โจทก์กำลังดำเนินการทำสัญญาเช่ากับกรมการศาสนาอยู่ โดยโจทก์ยังไม่เคยเข้าครอบครองตึกแถวพิพาท โจทก์และจำเลยขอให้ศาลพิพากษาไปตามข้อเท็จจริงที่ได้ความดังที่รับกันและตามข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการบังคับคดีตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 597/2531ของศาลชั้นต้น สำหรับค่าเสียหายให้ศาลกำหนดตามที่เห็นสมควรโดยโจทก์และจำเลยไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณา ให้นัดฟังคำพิพากษา ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2532 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากตึกแถวเลขที่ 2-2/1 (ปัจจุบันเลขที่ 2) ถนนราชดำเนินซอย 2ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องตึกแถวดังกล่าวอีก ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 200 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจากตึกแถว โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 8,000 บาทตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาทหรือไม่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ต้องห้าม คดีนี้เมื่อได้พิจารณาคำฟ้องโจทก์คำให้การจำเลยประกอบข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยแถลงรับกันฟังได้ว่า ตึกพิพาทโจทก์ได้ซื้อสิทธิการเช่าของจำเลยที่ได้ทำสัญญาเช่าจากกรมการศาสนาที่ยังไม่หมดอายุการเช่าจากการขายทอดตลาดที่จำเลยถูกบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 497/2531ของศาลชั้นต้นแล้วนั้น ข้อเท็จจริงดังที่ปรากฏดังกล่าวมาแล้วกรณีย่อมถือได้ว่าสิทธิการเช่าตึกของจำเลยต่อกรมการศาสนาตามสัญญาที่จำเลยทำต่อกรมการศาสนานั้น โจทก์ได้มาจากการขายทอดตลาดโดยการบังคับคดีของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 497/2531ซึ่งถือได้ว่าเป็นการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น เมื่อโจทก์ไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ในตึกพิพาทต่อไป โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ ส่วนเรื่องที่โจทก์ได้สิทธิการเช่าตึกพิพาทจากจำเลยมาแล้วจะเข้าอยู่ในตึกพิพาทได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องระหว่างกรมการศาสนากับโจทก์ไม่เกี่ยวกับสิทธิการเช่าที่โจทก์ได้มาโดยการขายทอดตลาดตามวิธีการบังคับคดีแต่ประการใด ด้วยเหตุและผลดังได้วินิจฉัยมาแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาทตามกฎหมายได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2537 นาย ประพัฒน์ ศิริศักดิ์วัฒ นา โจทก์ นาง สำเภา บุญ แจ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประพัฒน์ ศิริศักดิ์วัฒ นา · จำเลย - นาง สำเภา บุญ แจ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ ถาวรวงษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ