⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1430/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2537

ป.อาญา ม.90, 267 · ป.วิ.อาญา ม.2, 15, 195 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นเอกสารอันเป็นเท็จเพื่อจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการของบริษัทต่อนายทะเบียน ถือเป็นการแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยร่วมกับ อ.และให้อ. ยื่นขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม กรรมการของบริษัท ก. ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทโดยยื่นเอกสารรายงานการประชุมวิสามัญของบริษัท ก. อันเป็นเอกสารเท็จประกอบไปด้วย เป็นเหตุให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนให้เป็นการแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการของบริษัท ก. และประชาชน จึงเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.127 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267,268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267, 268 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทซึ่งต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่อัตราโทษตามกฎหมายทั้งสองบทเท่ากัน จึงให้ลงโทษตามมาตรา 267 จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทกิจกาญจน์เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 1กันยายน 2526 ตามเอกสารหมาย ล.9 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2534นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการรับจดทะเบียนที่จำเลยขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนกรรมการและจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทของบริษัทกิจกาญจน์เทรดดิ้ง จำกัด โดยให้นางสาววราภรณ์ กสิกิจนำชัย ออกจากตำแหน่งกรรมการและให้นางสาวประภาพรรณ นาคทอง เป็นกรรมการเข้าใหม่ จำเลยเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทได้ ตามเอกสารหมาย ล.6 ขณะยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมตามเอกสารหมาย ล.6 มีสำเนารายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2534 ตามเอกสารหมาย ล.4 แนบไปด้วย และนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการออกหนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลของบริษัทกิจกาญจน์เทรดดิ้ง จำกัด ตามเอกสารหมายจ.7 ว่า นางสาวประภาพรรณ นาคทอง เป็นกรรมการของบริษัทและจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทผูกพันบริษัทได้ ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ไม่มีการประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 1/2534 การที่จำเลยสั่งให้นายอำนาจ ทำรายงานว่า มีการประชุมวิสามัญ ครั้งที่1/2534 ตามเอกสารหมาย ล.4 จึงเป็นการทำเอกสารเท็จ และการที่จำเลยร่วมกับนายอำนาจ และให้นายอำนาจยื่นขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม กรรมการของบริษัทกิจกาญจน์เทรดดิ้ง จำกัดตามเอกสารหมาย ล.6 ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการโดยยื่นเอกสารหมาย ล.4 อันเป็นเอกสารเท็จประกอบไปด้วย จนเป็นเหตุให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนให้ เป็นการแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และประชาชนการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 แต่ข้อเท็จจริงในคดีไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำเอกสารที่จำเลยแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าวไปใช้หรืออ้างแต่ประการใดที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268ด้วยจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2537 นางสาว หทัยภรณ์ กสิกิจนำชัย โจทก์ นาย เอี่ยมฮวด กาญจนะโภคิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว หทัยภรณ์ กสิกิจนำชัย · จำเลย - นาย เอี่ยมฮวด กาญจนะโภคิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 922/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 730/2486ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ