⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1619/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายต้องเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ หากการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ย่อมต้องรับผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 2 นาฬิกา สุนัขในบ้านจำเลยเห่าจำเลยรู้สึกตัวลุกออกจากบ้านเห็นโจทก์ร่วม สำคัญผิดว่าเป็นคนร้าย ซึ่งเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันได้แต่การที่จำเลยคว้ามีดพร้าสำหรับดายหญ้ายาว110ซม. ฟันโจทก์ร่วมถูกที่ศีรษะ 2 แผล กระโหลกศีรษะแตกและถูกข้อศอกข้างละ 1 แผลโดยไม่ปรากฏแน่ชัดว่าโจทก์ร่วมมีอาวุธอะไร และจะได้กระทำการประทุษร้ายจำเลยอย่างไร การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 33 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายบุญเชิด ท้วมเสน ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ลงโทษจำคุก 12 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยได้ใช้มีดพร้าของกลางทั้งตัวมีดและด้ามยาว 110 เซนติเมตร ฟันทำร้ายโจทก์ร่วมถูกที่ศีรษะและข้อศอกทั้งสองข้าง ปรากฏบาดแผลตามภาพถ่ายหมาย จ.4 ใบแสดงความคิดเห็นแพทย์และใบความเห็นแพทย์ตามเอกสารหมาย จ.5 และ จ.6ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่จึงเป็นที่แน่ชัดว่า เหตุเกิดในบริเวณใกล้บ้านจำเลยพฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 2 นาฬิกาโจทก์ร่วมออกจากบ้านของตนไปทางบ้านจำเลยซึ่งห่างกันประมาณ40 เมตร และได้เข้าไปในบริเวณบ้านของจำเลย สุนัขในบ้านของจำเลยเห่า จำเลยรู้สึกตัวลุกออกจากบ้านเห็นโจทก์ร่วมสำคัญผิดว่าโจทก์ร่วมเป็นคนร้าย ซึ่งเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงจำเลยจึงเกิดสิทธิที่จะป้องกันได้ แต่การที่จำเลยคว้ามีดพร้าสำหรับดายหญ้ายาว110 เซนติเมตร ตรงไปหาโจทก์ร่วมและฟันโจทก์ร่วมถูกที่ศีรษะ 2 แผลกะโหลกศีรษะแตกและถูกข้อศอกข้างละ 1 แผล โดยไม่ปรากฏแน่ชัดว่าโจทก์ร่วมมีอาวุธอะไรและจะได้กระทำการประทุษร้ายจำเลยอย่างไรจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80, 69, 62 วรรคหนึ่ง จำคุก 2 ปีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย บุญ เชิด ท้วมเสน โจทก์ นาย ประสาน สุข สำราญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรปราการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย บุญ เชิด ท้วมเสน · จำเลย - นาย ประสาน สุข สำราญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมภพ โชติกวณิชย์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5893/2567ฎีกา 3045/2526ฎีกา 1333/2543ฎีกา 729/2508ฎีกา 2284/2514ฎีกา 2143/2514ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2907-2928/2517ฎีกา 2015/2521ฎีกา 2716/2535ฎีกา 3869/2546ฎีกา 175/2514ฎีกา 1082/2511ฎีกา 223/2540ฎีกา 2494/2520ฎีกา 13113/2556ฎีกา 5669/2531ฎีกา 191/2549ฎีกา 2266/2534ฎีกา 1250/2502ฎีกา 1943/2514ฎีกา 1215/2501ฎีกา 1240/2502ฎีกา 7233/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ