คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2163/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านนำส่งสำเนาฎีกาภายใน 7 วัน และผู้คัดค้านทราบคำสั่งแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าผู้คัดค้านทิ้งฎีกา การเป็นผู้จัดการมรดกเป็นการเฉพาะตัวของผู้จัดการมรดก จะรับมรดกความกันไม่ได้เมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้คัคค้านที่ 2 นำส่งสำเนาฎีกาให้ผู้ร้องภายใน 7 วันโดยมีคำสั่งในวันเดียวกับวันที่ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นฎีกา จึงถือว่าผู้คัดค้านที่ 2 ได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อผู้คัดค้านที่ 2ไม่นำส่งสำเนาฎีกาตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ถือว่าผู้คัดค้านที่ 2 ทิ้งฎีกา สำหรับผู้ร้อง
ผู้คัดค้านที่ 2 ได้รับแต่งตั้งจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ต่อมาผู้คัดค้านที่ 1 ขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา คำสั่งของศาลที่แต่งตั้งให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไปและการเป็นผู้จัดการมรดกเป็นการเฉพาะตัวของผู้คัดค้านที่ 2 จะรับมรดกความกันไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางผิว จิตรพันธ์ · ผู้คัดค้าน - นางสาวนฤมล อารยะพันธ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายจิระ ขจีจิตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชิต ศรศักดา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา