⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2213/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2213/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะที่เดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือความผิดของฝ่ายผู้เสียหายเอง

ย่อคำพิพากษา

ข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437เป็นกรณีที่เกี่ยวกับผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถยนต์ไปเกิดเหตุโดยตรงซึ่งจะต้องรับผิดต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งที่มิได้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล จำเลยไม่ได้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถยนต์ขณะเกิดเหตุ เป็นแต่เพียงมีชื่อเป็นเจ้าของในทะเบียนเท่านั้น ทั้งเป็นกรณีที่ยานพาหนะที่เดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลชนกัน จึงไม่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานของบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียนก-6179 นครราชสีมา จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 2เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4140 ชลบุรีวันที่ 30 พฤศจิกายน 2529 เวลาประมาณ 9.30 นาฬิกา จำเลยที่ 1ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4140 ชลบุรี ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 โดยประมาทชนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก-6179นครราชสีมา ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การว่า นายตุ๋ยเป็นคนขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4140 ชลบุรี ขณะเกิดเหตุ โดยมีจำเลยที่ 1 นั่งอยู่ด้านซ้ายคนขับ เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของนางสาวกนกวรรณ อภิรัฐไพโรจน์ ผู้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียนก-6179 นครราชสีมา ซึ่งขับรถมาด้วยความเร็วสูง จำเลยที่ 2มิใช่ผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4140 ชลบุรี ในขณะเกิดเหตุเพราะนายปัญญา ทองมิตร ได้เช่ารถคันดังกล่าวจากจำเลยที่ 2ไปมีกำหนด 1 ปี จำเลยที่ 3 มิได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 125,375 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่27 มีนาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน159,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่27 มีนาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่าจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน80-4140 ชลบุรี คันเกิดเหตุ จึงเข้าข้อสันนิษฐานของบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 และต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า จำเลยที่ 2มีชื่อเป็นเจ้าของรถในทะเบียนเท่านั้น ขณะที่เกิดเหตุจำเลยที่ 2ไม่ได้นั่งไปในรถด้วย เห็นว่าข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 เป็นกรณีที่เกี่ยวกับผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถยนต์ไปเกิดเหตุโดยตรงซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งที่มิได้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล จำเลยที่ 2 ไม่ได้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถยนต์ขณะที่เกิดเหตุ เป็นแต่เพียงมีชื่อเป็นเจ้าของในทะเบียนเท่านั้น ทั้งเป็นกรณีที่ยานพาหนะที่เดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลชนกัน จึงไม่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานของบทกฎหมายดังกล่าว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2213/2537 บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด โจทก์ นาย มนูญ นุชพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด · จำเลย - นาย มนูญ นุชพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นิเวศน์ คำผอง · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2659/2524ฎีกา 2399/2523ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 619/2510ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1637/2530ฎีกา 6896/2538ฎีกา 3088/2524ฎีกา 740/2526ฎีกา 124/2533ฎีกา 122/2474ฎีกา 529/2523ฎีกา 6892/2537ฎีกา 627/2486ฎีกา 995/2472ฎีกา 2614/2522ฎีกา 816/2538ฎีกา 4037/2545ฎีกา 7973-7975/2548ฎีกา 858/2473ฎีกา 2468/2526ฎีกา 3076/2522ฎีกา 987/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา