⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3009/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3009/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อได้ออกกฎกระทรวงกำหนดป่าสงวนแห่งชาติและได้ปิดประกาศสำเนากฎกระทรวงและแผนที่ท้ายกฎกระทรวงไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ทำการกำนันท้องที่ และที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายในหมู่บ้านท้องที่นั้นแล้ว ที่ดินในแนวเขตดังกล่าวย่อมมีผลเป็นป่าสงวนแห่งชาติทันที

ย่อคำพิพากษา

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้ป่าภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงเป็นป่าสงวนแห่งชาติและทางราชการได้ปิดประกาศสำเนากฎกระทรวงและแผนที่ท้ายกฎกระทรวงไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ทำการกำนันท้องที่ และที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายในหมู่บ้านท้องที่นั้นตามมาตรา 9 แห่ง พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 แล้ว ย่อมมีผลให้ที่ดินในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติทันที จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าไม่รู้ว่าที่ดินแปลงที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.64 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฯ ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องมีใจความว่า จำเลยทั้งสองกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1127/2533 ของศาลชั้นต้น และพวกอีก 1 คนร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินก่นสร้าง แผ้วถางโดยใช้รถแทรกเตอร์ไถพรวนดินรวมเนื้อที่ 10 ไร่ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติอันเป็นการทำให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองกับพวกไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 4, 6, 9, 14, 31, 35 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และสั่งให้จำเลยทั้งสอง คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารออกไปจากเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 วรรคแรกจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 8,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวน เป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 4 เดือน 15 วัน และปรับ 6,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสอง คนงาน ผู้รับจ้างผู้แทนและบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้กระทำผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษมาหรือไม่ จึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับนายก้อนยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้รถแทรกเตอร์ไถปรับพื้นดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติกระทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติเป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงมีความผิดตามที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษมาข้อเท็จจริงปรากฏตามคำเบิกความของนายตระกูลพยานโจทก์ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 392 (พ.ศ. 2512)ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กำหนดให้ป่าภูแลนคาด้านทิศใต้ ในท้องที่ ตำบลคอนสวรรค์ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวง ตามเอกสารหมาย จ.2 เป็นป่าสงวนแห่งชาติและทางราชการได้ปิดประกาศสำเนากฎกระทรวงและแผนที่ท้ายกฎกระทรวงไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนันท้องที่และที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายในหมู่บ้านท้องที่นั้น ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 แล้ว ย่อมมีผลให้ที่ดินในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติทันที จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าไม่รู้ว่าที่ดินแปลงที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3009/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด ชัยภูมิ โจทก์ นาย พรม สายรื่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชัยภูมิ · จำเลย - นาย พรม สายรื่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4257/2530ฎีกา 633/2540ฎีกา 187/2530ฎีกา 2266/2534ฎีกา 1068/2484ฎีกา 3747/2525ฎีกา 233/2472ฎีกา 3142/2557ฎีกา 95/2469ฎีกา 5278/2537ฎีกา 414-415/2465ฎีกา 4159/2539ฎีกา 5889/2545ฎีกา 410/2464ฎีกา 800/2484ฎีกา 1911/2546ฎีกา 622/2467ฎีกา 8945/2544ฎีกา 526/2486ฎีกา 3353/2541ฎีกา 521/2481ฎีกา 2352/2551ฎีกา 2782/2539ฎีกา 4366/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ