⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3747/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3747/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ต่อเนื่องจากการกระทำความผิดเดิมที่ศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว ไม่ถือเป็นการกระทำความผิดขึ้นใหม่ หากการกระทำนั้นเป็นการแสดงออกถึงการครอบครองที่ดินเดิมที่เคยถูกพิพากษาไปแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขุดดินทำคันนาในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุอันเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมาจากการกระทำความผิดในคดีก่อนคือการยึดถือครอบครองที่เกิดเหตุที่ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว การขุดดินทำคันนาเป็นการแสดงออกว่าจำเลยยังคงเป็นผู้ยึดถือครอบครองอยู่ ถือไม่ได้ว่าจำเลยทำลายและทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติขึ้นใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.31 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฯ ม.14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฯ ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จำเลยบุกรุกเข้ายึดถือ ครอบครองแผ้วถางป่าดงคันไทรซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติเพื่อยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าว เป็นการทำลายและทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและมิได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔, ๖, ๙, ๑๔, ๓๑ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ กฎกระทรวงฉบับที่ ๓๘๐ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ และสั่งให้จำเลยกับบริวารออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่จำเลยยึดถือครอบครองด้วย จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าจำเลยเคยถูกพนักงานอัยการฟ้องมาครั้งหนึ่งแล้ว คดีถึงที่สุด ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ วางโทษจำคุกและปรับโทษจำคุกให้รอการลงโทษ ให้จำเลยและบริวารออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่จำเลยครอบครองนับแต่วันพิพากษาเป็นต้นไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยึดถือครอบครองที่เกิดเหตุตลอดมาหาได้ออกไปแล้วกลับเข้ายึดถือครอบครองใหม่ไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยขุดดินทำคันนาในที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๒๓ ก็เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมาจากการกระทำความผิดในคดีก่อนคือการยึดถือครอบครองที่เกิดเหตุที่ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วการขุดดินทำคันนาเป็นการแสดงออกว่าจำเลยยังคงเป็นผู้ยึดถือครอบครองอยู่ ถือไม่ได้ว่าจำเลยทำลายและทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติขึ้นใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3747/2525 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายเกิด เย้ายวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายเกิด เย้ายวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · สหัส สิงหวิริยะ · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายบรรหาร มูลทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพันธ์ น้อยสง่า
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา