คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3194/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เพียงสันนิษฐานสิทธิครอบครองเท่านั้น การวินิจฉัยความเป็นเจ้าของต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏ. การแจ้งความกล่าวหาว่าบุกรุกที่ดินโดยที่ยังไม่ได้เข้าครอบครอง ไม่ถือเป็นการแย่งการครอบครอง.
ย่อคำพิพากษา
แม้ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์จะระบุชื่อจำเลยเป็นผู้รับโอนที่ดินพิพาทมาจากมารดาโจทก์ก็ตาม แต่ด้วยผลของกฎหมายคงสันนิษฐานได้แต่เพียงว่าจำเลยมีเพียงสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเท่านั้น การที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์หรือจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎ
แม้จำเลยจะแจ้งความกล่าวหาโจทก์ว่าบุกรุกที่ดินพิพาทอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ก็ตาม แต่จำเลยก็ยังมิได้เข้าไปครอบครองที่ดินพิพาท จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทไปจากโจทก์ เมื่อโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทมาตลอดถึงวันฟ้อง โจทก์จึงไม่หมดสิทธิที่จะฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนาค บัวแก้ว · จำเลย - นายกรอง พงษ์สุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ ถาวรวงษ์ · สนัด หมายสวัสดิ์ · สุทธิ นิชโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - นายศุภศักดิ์ เยาว์วิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีดี รุ่งวิสัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา