⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 320/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทายาทตกลงแบ่งทรัพย์มรดกกันและทำหนังสือยินยอมให้ทายาทคนหนึ่งรับมรดกที่ดินไปแต่เพียงฝ่ายเดียว ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผูกพันทายาททุกคน และทายาทจะอ้างข้อตกลงอื่นที่ไม่ได้กำหนดไว้ในสัญญามาปฏิเสธหรือยกเลิกหาได้ไม่

ย่อคำพิพากษา

แม้ตามคำฟ้องในช่องคู่ความจะระบุว่าโจทก์ทั้งสองและจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมของ ช. ก็ตาม แต่ข้อความในคำฟ้องได้บรรยายว่าโจทก์ทั้งสอง ส. และจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของ ช. เจ้ามรดก ตกลงแบ่งทรัพย์มรดกระหว่างกันแล้วจำเลยได้คัดค้านการโอนที่ดินมรดกซึ่งเป็นส่วนแบ่งของโจทก์ทั้งสองจึงขอให้จำเลยถอนคำคัดค้าน ดังนี้โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องในฐานะส่วนตัวหาใช่ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ช.ไม่ โจทก์ทั้งสองย่อมมีอำนาจฟ้อง หนังสือยินยอมทายาทมีใจความว่าโจทก์ทั้งสอง ส. และจำเลยทราบการประกาศขอรับมรดกที่ดินตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองแล้วไม่ขัดข้องยินยอมให้โจทก์ทั้งสองรับมรดกที่ดินนั้นไปได้แต่เพียงฝ่ายเดียวต่างไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย ดังนี้ข้อความดังกล่าวเป็นการตกลงกันไว้เพื่อให้เป็นที่แน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างไม่โต้เถียงแย่งเอาที่ดินนั้นแก่กันและกัน เป็นการระงับข้อพิพาทอันอาจจะมีขึ้นในภายหน้าให้เสร็จไป จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 จำเลยต้องผูกพันปฏิบัติตามจะกล่าวอ้างเรื่องข้อตกลงอื่นที่มิได้กำหนดไว้ในสัญญามาปฏิเสธหรือยกเลิกหาได้ไม่ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการโอนมรดกของโจทก์ทั้งสองที่ยื่นไว้ มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปถอนคำคัดค้านการจดทะเบียนโอนที่ดินของโจทก์ทั้งสองมาเป็นทรัพย์มรดกของโจทก์ทั้งสองนั้น มีความหมายเพียงว่าให้จำเลยไปถอนคำคัดค้านเท่านั้น หาได้หมายความเลยไปว่าให้ที่ดินมรดกตามฟ้องตกได้แก่โจทก์ทั้งสองด้วยไม่ คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงไม่เกินคำขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1726

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและนางเสาวณีย์จุฬามรกต กับจำเลยต่างเป็นทายาทโดยธรรมของนางชูเกียรติรังสิยานนท์ ผู้ตายทายาททุกคนได้ตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกกันแล้วโดยโจทก์ที่ 1 ได้ที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 258/216, เลขที่ 307/259,เลขที่ 259/258 และ 274/259 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ที่ 2 ได้ที่ดินโฉนดเลขที่ 1044 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นางเสาวณีย์จุฬามรกต ได้ที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 40 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 3ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนจำเลยได้ที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 102 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ กาแลนท์ซิกมา คันหมายเลขทะเบียน ก-6116 เชียงใหม่ และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า เฮอร์คิวลิสคันหมายเลขทะเบียน น-6937 เชียงใหม่ ปรากฏตามหนังสือยินยอมทายาทเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยได้รับส่วนแบ่งตามข้อตกลงครบถ้วนแล้วกลับยื่นเรื่องราวคัดค้านการโอนมรดกของโจทก์ทั้งสองและนางเสาวณีย์จุฬามรกต อันเป็นการผิดข้อตกลงแบ่งมรดกตามที่ประนีประนอมยอมความกัน ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการโอนมรดกของโจทก์ทั้งสองที่ยื่นไว้ มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยกับโจทก์ทั้งสองตกลงแบ่งทรัพย์มรดกของนางชูเกียรติกันจริง แต่ส่วนแบ่งมรดกตามที่โจทก์บรรยายฟ้องไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์ทั้งสองและนางเสาวณีย์ตกลงให้เงินสดตามบัญชีเงินฝากเลขที่ 390-203191-7 ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาประตูช้างเผือก ซึ่งมีเงินฝากในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2529จำนวน 855,039 บาท ให้แก่จำเลยด้วย ส่วนบัญชีเงินฝากเลขที่390-209836-1 ที่ธนาคารดังกล่าวเช่นกันให้เป็นของโจทก์ทั้งสองและนางเสาวณีย์และการตกลงแบ่งมรดกกันนั้นไม่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานแต่ต่างฝ่ายต่างไปขอรับโอนมรดกตามข้อตกลงโดยต่างจะต้องจัดการทำบันทึกสัญญาสละมรดกให้แก่กัน ข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความและไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ส่วนหนังสือยินยอมสละมรดกเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความนอกจากนี้โจทก์ทั้งสองและนางเสาวณีย์ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่ไปทำบันทึกยกเงินตามบัญชีเงินฝากเลขที่ 390-203191-7ให้แก่จำเลย ข้อตกลงแบ่งมรดกจึงเป็นอันยกเลิกขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยถอนคำคัดค้านการขอจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 258/216เลขที่ 307/259 เลขที่ 259/258 และเลขที่ 274/259 ตำบลสุเทพอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นทรัพย์มรดกของโจทก์ที่ 1 โฉนดที่ดินเลขที่ 1044 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นทรัพย์มรดกของโจทก์ที่ 2หากจำเลยเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการแรกว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกของนางชูเกียรติหรือไม่ เห็นว่าแม้ตามคำฟ้องในช่องคู่ความจะระบุว่าโจทก์ทั้งสองและจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมของนางชูเกียรติก็ตาม แต่ข้อความในคำฟ้องได้บรรยายว่าโจทก์ทั้งสองนางเสาวณีย์ และจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนางชูเกียรติเจ้ามรดกตกลงแบ่งทรัพย์มรดกระหว่างกันแล้วจำเลยได้คัดค้านการโอนที่ดินมรดกซึ่งเป็นส่วนแบ่งของโจทก์ทั้งสอง จึงขอให้จำเลยถอนคำคัดค้าน ดังนี้โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องในฐานะส่วนตัวหาใช่ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางชูเกียรติไม่ โจทก์ทั้งสองย่อมมีอำนาจฟ้อง ปัญหาต่อไปว่า หนังสือยินยอมทายาทตามเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.6และ จ.11 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า เอกสารดังกล่าวโจทก์ทั้งสอง นางเสาวณีย์และจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ทุกฉบับ แต่ละฉบับมีใจความอย่างเดียวกันว่า โจทก์ทั้งสองนางเสาวณีย์ และจำเลยทราบการประกาศขอรับมรดกที่ดินตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองแล้วไม่ขัดข้อง ยินยอมให้โจทก์ทั้งสองรับมรดกที่ดินนั้นไปได้แต่ฝ่ายเดียว ต่างไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย ดังนี้ข้อความดังกล่าวมาเป็นการตกลงกันไว้เพื่อให้เป็นที่แน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างไม่โต้เถียงแย่งเอาที่ดินนั้นแก่กันและกัน จึงเป็นการระงับข้อพิพาทอันอาจจะมีขึ้นในภายหน้าให้เสร็จไป หนังสือยินยอมทายาทนี้จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 จำเลยต้องผูกพันปฏิบัติตามจะกล่าวอ้างเรื่องข้อตกลงอื่นที่มิได้กำหนดไว้ในสัญญามาปฏิเสธหรือยกเลิกหาได้ไม่ ปัญหาประการสุดท้ายว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาเกินคำขอหรือไม่เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยไปถอนคำคัดค้านการจดทะเบียนโอนที่ดินของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 มาเป็นทรัพย์มรดกของโจทก์ที่ 1และที่ 2 นั้น มีความหมายเพียงว่า ให้จำเลยไปถอนคำคัดค้านที่จำเลยได้ยื่นคำคัดค้านไว้ในเรื่องที่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนโอนที่ดินมาเป็นทรัพย์มรดกของโจทก์ที่ 1และที่ 2 เท่านั้น หาได้มีความหมายเลยไปว่าให้ที่ดินมรดกตามฟ้องตกได้แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ด้วยไม่ คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงไม่เกินคำขอ ดังนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2537 นาย สุนทร สุทธะพินทุ กับพวก ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ร่วม โจทก์ ของ นาง ชู เกียรติ รังสิยานนท์ โจทก์ นาย อนันต์ รังสิยานนท์ ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ร่วม จำเลย ของ นาง ชู เกียรติ รังสิยานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุนทร สุทธะพินทุ กับพวก ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ร่วม · โจทก์ - ของ นาง ชู เกียรติ รังสิยานนท์ · จำเลย - นาย อนันต์ รังสิยานนท์ ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ร่วม · จำเลย - ของ นาง ชู เกียรติ รังสิยานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531ฎีกา 960/2485ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ