คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3480/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์และหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเป็นเอกสารปลอม จำเลยย่อมมีสิทธินำสืบหักล้างในประเด็นที่ให้การปฏิเสธไว้ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปเป็นเงินจำนวน 250,000 บาทแต่จำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์ ไม่เคยรับเงินจำนวน250,000 จากโจทก์ และหนังสือสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอมโดยโจทก์ทำขึ้นเองทั้งฉบับ ถือว่าจำเลยได้ให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งแล้วว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์และหนังสือสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องที่โจทก์อ้างเป็นเอกสารปลอม รวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธคำให้การของจำเลยจึงชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสองแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธินำสืบหักล้างในประเด็นที่จำเลยให้การปฏิเสธไว้ได้ การนำสืบของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมจำนวน296,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน250,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินหรือทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน ฉบับลงวันที่ 15 มกราคม 2530 กับโจทก์และไม่เคยรับเงิน250,000 บาท ไปจากโจทก์อีกทั้งไม่ได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ตามเอกสารท้ายฟ้อง สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมที่โจทก์ทำขึ้นเองทั้งฉบับ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อแรกมีว่า คำให้การของจำเลยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง หรือไม่และจำเลยมีสิทธินำสืบหักล้างหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าคำให้การของจำเลยไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธไว้โดยชัดแจ้งว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 ปลอมอย่างไร จึงเป็นคำให้การที่ไม่ชอบ และเมื่อเป็นคำให้การที่ไม่ชอบแล้วจำเลยก็ไม่มีสิทธินำสืบหักล้างหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 ได้ เห็นว่าจำเลยให้การว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์ ไม่เคยรับเงินจำนวน 250,000 บาทจากโจทก์ และหนังสือสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องเป็นเอกสารปลอมโดยโจทก์ทำขึ้นเองทั้งฉบับ ตามคำให้การดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งแล้วว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์และหนังสือสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องที่โจทก์อ้างเป็นเอกสารปลอม รวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธคำให้การของจำเลยจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง แล้ว และเมื่อจำเลยได้ให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธินำสืบหักล้างในประเด็นที่จำเลยให้การปฏิเสธไว้ได้ การนำสืบของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3480/2537
นาย สมบูรณ์ ชอบ คุย โจทก์
นาย ประคอง ตรี วิ สูตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย สมบูรณ์ ชอบ คุย · จำเลย - นาย ประคอง ตรี วิ สูตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ