⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3562/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3562/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยใช้ยานอนหลับผสมในเครื่องดื่มเพื่อให้ผู้เสียหายหมดสติ แล้วเอาทรัพย์สินไป ถือเป็นการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ยานอนหลับผสมลงในเครื่องดื่มเบียร์ให้ผู้เสียหายดื่ม จนไม่รู้สึกตัวหลับไป แล้วปลดเอาเครื่องประดับของผู้เสียหายไป ดังนั้นจึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 83พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 5,6, 62, 106 และสั่งริบยาของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพข้อหามีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ แต่ปฏิเสธข้อหาปล้นทรัพย์ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 62วรรคแรก, 106 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี และฐานปล้นทรัพย์จำคุก 12 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ13 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3มีกำหนดคนละ 8 ปี 8 เดือน ริบยาของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด9 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันมีมิดาโซแลม ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานอนหลับผสมลงในเครื่องดื่มเบียร์ให้ผู้เสียหายดื่มจนไม่รู้สึกตัวหลับไป แล้วปลดเอาสร้อยคอทองคำและพระเครื่องเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายไป คงมีปัญหาในชั้นนี้เพียงว่า จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ชิงทรัพย์ของผู้เสียหายด้วยหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวประกอบกันฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ใช้ยานอนหลับผสมลงในเครื่องดื่มเบียร์ให้ผู้เสียหายดื่มจนหมดสติ แล้วทำการปลดเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไป อันเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้อง พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 เข้าไปทักทายผู้เสียหายภายหลังเกิดเหตุในขณะที่ผู้เสียหายกำลังตามหาจำเลยทั้งสามนั้น ยังไม่เพียงพอจะฟังว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกระทำผิดพยานจำเลยที่ 2 ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3562/2537 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาง ไหม พล บำรุง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาง ไหม พล บำรุง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สละ เทศรำพรรณ · บุญศรี กอบบุญ · โกษา ปิยสิรานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 958/2518ฎีกา 3620/2538ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 456/2506ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1400/2538ฎีกา 391/2509ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1637/2528ฎีกา 18654/2555ฎีกา 6028/2552ฎีกา 831/2532ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 5090/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ