คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4764/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาต้องกล่าวอ้างข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยเหตุผลใด หากไม่เป็นไปตามนี้ ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องฎีกาข้อแรกถึงข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบแล้วลงท้ายฎีกาว่าโจทก์ไม่เห็นพ้องด้วย ขอให้โจทก์ฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยมิได้ยกเหตุผลขึ้นโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบข้อไหนอย่างไร ถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งในฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นกำหนดค่าทนายความให้โจทก์ใช้แก่จำเลยสูงเกินไปนั้น เมื่อศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาข้อแรก คดีคงเหลือปัญหาตามฎีกาซึ่งเป็นเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมอย่างเดียว เมื่อโจทก์มิได้ยกเหตุว่าศาลชั้นต้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย ถือว่าเป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสและอยู่กินด้วยกันที่บ้านเลขที่ 131 ตำบล โคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีครั้งเมื่อ 1 ปี 2 เดือน มานี้จำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง โจทก์ไม่สามารถอยู่กินเป็นสามีภรรยากับจำเลยต่อไปอีกได้ ขอบังคับให้จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากับโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมหย่าขอถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากับโจทก์ตามฟ้อง แต่โจทก์พยายามหาเหตุหย่ากับจำเลย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องฎีกาข้อแรกถึงข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมาในฎีกา แล้วลงท้ายฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ไม่เห็นฟ้องด้วย ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยมิได้ยกเหตุผลขึ้นโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3ว่าไม่ชอบข้อไหน อย่างไร จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งในฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ส่วนที่โจทก์ฎีกาข้อหลังเรื่องค่าทนายความที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์ใช้แก่จำเลยว่าสูงเกินส่วนไปนั้น เมื่อศาลฎีกาไม่่รับวินิจฉัยฎีกาข้อแรกแล้วคดีคงเหลือปัญหาตามฎีกาข้อหลังซึ่งเป็นปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมอย่างเดียวเมื่อโจทก์มิได้ยกเหตุว่าค่าฤชาธรรมเนียมนั้นศาลชั้นต้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมายย่อมถือว่าเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 ซึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้เช่นเดียวกัน
พิพากษายกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4764/2537
นาย อำนวย แสง สม โจทก์
นาย สม พงษ์ แสง สม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย อำนวย แสง สม · จำเลย - นาย สม พงษ์ แสง สม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา