⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5044/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5044/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนคำร้องขอให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาแล้ว ผู้ร้องจะขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่อนำพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมได้ แต่ศาลจะอนุญาตหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล หากศาลเห็นว่าพยานหลักฐานที่ขอสืบเพิ่มเติมเป็นพยานหลักฐานเดิมที่ควรนำสืบได้ในชั้นไต่สวนอยู่แล้ว และการขอสืบเพิ่มเติมมีลักษณะประวิงคดี ศาลย่อมมีอำนาจไม่อนุญาตให้สืบพยานเพิ่มเติมได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและเห็นว่าพยานจำเลยที่นำสืบมาแล้วฟังได้ว่าจำเลยไม่ยากจนมีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยชอบที่จะขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ หรือใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน เมื่อจำเลยเลือกยื่นคำขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานมาแสดงเพิ่มเติม จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนไต่สวนอีกทางหนึ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่ มิได้บังคับว่า เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนนั้น ศาลจะต้องอนุญาต แต่เป็นดุลพินิจของศาลที่จะสั่งอนุญาตหรือไม่ก็ได้แล้วแต่พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานหลักฐานที่จำเลยจะขอนำสืบเพิ่มเติม เป็นพยานหลักฐานเดิมที่จำเลยสามารถนำเข้าสืบได้ในชั้นไต่สวนคำร้องอยู่แล้ว แต่จำเลยไม่พยายามนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาศาลโดยมีเจตนาหน่วงเหนี่ยวคดีให้ล่าช้า อันมีลักษณะประวิงคดีพฤติการณ์จึงไม่สมควรอนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมได้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกสร้างสถานที่ค้าไม้มีกำหนด 20 ปี จะทำสัญญาเช่ากันครั้งละ 3 ปี จำเลยถมดินที่เช่าและปลูกสร้างสถานที่ค้าไม้เสียค่าใช้จ่ายไป 2,200,000บาท มีข้อตกลงว่าให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ สัญญาเช่าระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนการเช่าให้จำเลย หากไม่ปฏิบัติให้ชำระค่าเสียหาย 2,200,000 บาท พร้อมกับยื่นคำร้องขอฟ้องแย้งอย่างคนอนาถา โจทก์คัดค้านว่า จำเลยประกอบธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างและค้าไม้มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล จำเลยมีเจตนาที่จะประวิงคดีขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยนัดแรกวันที่ 15 มิถุนายน 2533 จำเลยขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 2 สิงหาคม 2533 เมื่อถึงวันนัดไต่สวนพยานจำเลยได้ 1 ปากแล้วจำเลยขอเลื่อนคดีอีก ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้องต่อวันที่ 21 กันยายน 2533 ครั้นถึงวันนัดจำเลยขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต และนัดฟังคำสั่งวันที่27 กันยายน 2533 แล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2533 ให้ยกคำร้องหากจำเลยประสงค์จะฟ้องแย้งต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาเสียภายใน 15 วัน วันที่ 28 กันยายน 2533 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยยังมีพยานหลักฐานอีก ขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏว่าจำเลยมีหลักฐานใด ๆที่อาจจะทำให้เห็นว่าจำเลยเป็นคนยากจนจริง พอที่ศาลจะอนุญาตให้พิจารณาคำขอใหม่ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งว่าจำเลยไม่ใช่คนอนาถาวันรุ่งขึ้นจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ เท่ากับจำเลยเลือกใช้สิทธิดังกล่าว การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งขอให้เลื่อนการไต่สวนอีกทางหนึ่งไม่ชอบ ไม่รับวินิจฉัย ส่วนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่พฤติการณ์ของจำเลยเข้าลักษณะประวิงคดี ไม่มีเหตุที่จะพิจารณาคำขอใหม่ พิพากษายืน หากจำเลยยังติดใจดำเนินคดีอย่างคนอนาถา(น่าจะเป็นฟ้องแย้ง) ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาประการแรกว่า ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า กรณีที่มีการยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นใด หากศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วน หรือมีคำสั่งให้ยกคำขอเสียทีเดียว ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเกี่ยวกับคำขอนั้น ก็มีสิทธิที่จะเลือกกระทำได้อย่างใดอย่างหนึ่งดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156วรรคสี่หรือวรรคห้า กล่าวคือ อาจยื่นคำขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนตามมาตรา 156 วรรคสี่ หรือถ้าไม่ประสงค์จะดำเนินกระบวนพิจารณาตามวิธีดังกล่าวนี้ จะเลือกใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อไปภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่งตามมาตรา 156 วรรคห้า ก็ได้ กรณีคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนการไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาวันที่27 กันยายน 2533 รุ่งขึ้นวันที่ 28 กันยายน 2533 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง วันที่ 12 ตุลาคม 2533 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี และอุทธรณ์คำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและเห็นว่าพยานจำเลยที่นำสืบมาแล้วฟังได้ว่าจำเลยไม่ยากจนมีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้องจำเลยชอยที่จะขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ หรือใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน เมื่อจำเลยเลือกยื่นคำขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานมาแสดงเพิ่มเติม ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนไต่สวนอีกทางหนึ่ง อุทธรณ์ประเด็นนี้จึงไม่ชอบศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยชอบแล้ว คงมีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า สมควรอนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจนตามที่จำเลยร้องขอหรือไม่เห็นว่า การร้องขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่นั้นกฎหมายมิได้บังคับว่า เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องขอดังกล่าวมาแล้ว ศาลจะต้องอนุญาต แต่เป็นดุลพินิจของศาลที่จะสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้ แล้วแต่พฤติการณ์แห่งคดี คดีนี้ ในชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีฟ้องแย้งอย่างคนอนาถา จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานบุคคลไว้ 3 ปากและขอเลื่อนคดีในนัดแรก นัดต่อมาจำเลยนำพยานบุคคลเข้าไต่สวนได้เพียง 1 ปาก แล้วขอเลื่อนคดี ครั้นนัดต่อมาจำเลยก็ขอเลื่อนคดีอีกศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี ถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ และมีคำสั่งว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยเป็นคนยากจนจริง ให้ยกคำร้อง การที่จำเลยยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นในวันรุ่งขึ้นว่า จำเลยยังมิได้นำพยานมาไต่สวนได้หมดเพราะศาลสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี จำเลยยังมีพยานหลักฐานอีกหากศาลเปิดโอกาสให้จำเลยได้นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลทั้งหมดแล้ว คดีย่อมฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนยากจนจริงนั้น เห็นได้ชัดว่าพยานหลักฐานที่จำเลยจะขอนำสืบเพิ่มเติมเป็นพยานหลักฐานเดิมที่จำเลยสามารถนำเข้าสืบได้ในชั้นไต่สวนคำร้องอยู่แล้วแต่จำเลยไม่พยายามนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาศาลโดยมีเจตนาหน่วงเหนี่ยวคดีให้ล่าช้า อันมีลักษณะประวิงคดีพฤติการณ์จึงไม่สมควรอนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมได้อีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5044/2537 นาง ประไพ สุเ ทวี กับพวก โจทก์ บริษัท เจริญ ผล ค้า ไม้ (2522) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ประไพ สุเ ทวี กับพวก · จำเลย - บริษัท เจริญ ผล ค้า ไม้ (2522) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวรรค์ ศักดารักษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · สันติ ทักราล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 8672/2553ฎีกา 3251/2534ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 5150/2552ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 70/2518ฎีกา 4910/2533ฎีกา 100/2540ฎีกา 2222/2522ฎีกา 801/2515ฎีกา 2698/2549ฎีกา 1843/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ