คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดถือเป็นการสละเงื่อนเวลา ทำให้ฝ่ายที่บอกเลิกสัญญาเป็นฝ่ายผิดสัญญา
2. การซื้อขายทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมจะสมบูรณ์ได้ ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกคน หากปราศจากความยินยอม สัญญานั้นจะไม่มีผลผูกพัน
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยทั้งสองบอกเลิกสัญญาก่อนจะถึงกำหนดการโอนเท่ากับจำเลยได้สละเงื่อนเวลาที่จะไปโอนที่ดินให้โจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิบอกกล่าวให้จำเลย-ทั้งสองไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ก่อนกำหนดเวลาตามสัญญาได้ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ไปโอนให้โจทก์ตามนัด จำเลยทั้งสองจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา
การซื้อขายตัวทรัพย์ซึ่งมิใช่เป็นการขายกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนจะทำได้ก็แต่ด้วยความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน เมื่อยังมิได้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาท การที่จำเลยที่ 2 เอาทรัพย์มาทำสัญญาจะขายให้โจทก์โดยทายาทอื่นมิได้ยินยอมด้วย จึงไม่มีผลผูกพัน จะฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามสัญญามิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญส่ง บุญสัมพันธ์ · จำเลย - นางสะเล๊าะ หวังมี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ บุนนาค · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายอัมพร สิทธิบุศย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมอ อินทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา