คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5753/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้อุปกรณ์ย่อมถึงกำหนดเมื่อหนี้ประธานถึงกำหนด และผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนอง แม้ผู้จำนองร่วมมิได้ถูกฟ้องหรือเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอันเป็นหนี้ประธานถึงกำหนดหนี้ตามสัญญาจำนองอันเป็นหนี้อุปกรณ์ที่ ว.และจำเลยทำไว้เป็นประกันหนี้ประธานดังกล่าวย่อมถึงกำหนดเช่นกัน
ทรัพย์ที่ ว.และจำเลยสามีภริยามีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ได้จำนองไว้แก่ผู้ร้องเป็นประกันหนี้ของ ว.นั้น โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้ที่จำเลยมีต่อโจทก์ แม้ ว.มิได้ถูกฟ้องหรือเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองก็มีสิทธิดได้รับชำระหนี้จำนองเติมจำนวนทั้งสอง ว.และจำเลยในฐานะเจ้าหนี้จำนองจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ.มาตรา 2 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคารสหธนาคาร จำกัด · จำเลย - นางช่อทิพย์ เชื้อชูชาติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายปัญญา โต๊ะทองล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายกฤษณ์ ผือโย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา