คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5845/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความฝ่ายโจทก์ถึงแก่ความตาย และไม่มีผู้ใดยื่นคำขอเข้าเป็นคู่ความแทนภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลย่อมมีคำสั่งจำหน่ายคดี.
ย่อคำพิพากษา
จ. ผู้จัดการมรดกของ ฉ. ฟ้องจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาที่จำเลยทำไว้กับ ฉ.ผู้ตาย จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จ.ถึงแก่กรรม มีผู้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ จ. ศาลฎีกายกคำร้อง และไม่ปรากฏว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกของ ฉ. ยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทน จำเลยก็มิได้ยื่นคำขอให้ศาลมีหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ภายในกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่ความปรากฏแก่ศาล ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจำนงค์ กาญจนวัฒน์ · ธีรจันทรานนท์ - ของนางแฉล้ม · จำเลย - งบุญดี ธีรจันทรานนท์ (ทวีกรหรือทวีการ) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมมานุกูล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นางสาวนัยนาวุธ จันทร์จำเริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายภคพงศ์ วงศ์ศรีภูมิเทศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา