⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5846/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5846/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าหนี้ของจำเลยเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ความตามที่กล่าวอ้าง หากโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ ผู้ร้องย่อมไม่ต้องรับผิดในมูลหนี้นั้น และมีสิทธิร้องขอกันส่วนในสินสมรสได้

ย่อคำพิพากษา

หนี้ของจำเลยเกิดขึ้นก่อนที่จำเลยหย่ากับผู้ร้อง เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าหนี้ของจำเลยรายนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องเพื่อให้ผู้ร้องต้องรับผิดชำระหนี้จากสินสมรสและสินส่วนตัว โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความตามที่กล่าวอ้างเมื่อโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้รับฟังได้เช่นนั้น ผู้ร้องย่อมไม่ต้องผูกพันในมูลหนี้ดังกล่าวและผู้ร้องมีสิทธิร้องขอกันส่วนของตนในที่ดินสินสมรสที่โจทก์นำยึดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวิไล นิ่มสุพรรณ · ผู้ร้อง - นายประณต พุ่มขุน · จำเลย - นางทัศนีย์ พุ่มขุน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · สุทธิ นิชโรจน์ · ปรีชา นาคพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายวรณัฏฐ์ สังข์ใหม่ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เทวรักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3745/2530ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 4832/2536ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 3801/2565ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา