⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5891/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5891/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกคืนเงินค่าจ้างที่จ่ายไปเนื่องจากผิดสัญญา ไม่ใช่การฟ้องเรียกค่าเสียหายเพื่อความชำรุดบกพร่อง จึงมีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกคืนเงินค่าจ้างที่ได้จ่ายให้จำเลยเนื่องจากจำเลยผิดสัญญารับจ้างก่อสร้างและขยายถนนให้โจทก์มิใช่ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องในการทำงานของจำเลย ซึ่งมีอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 601 เมื่อการฟ้องเรียกคืนเงินค่าจ้างไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.598 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.601

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองว่าจ้างจำเลยให้ขยายและก่อสร้างเพิ่มเติมถนนเป็นค่าจ้างทั้งสิ้น 500,000 บาท โจทก์ทั้งสองได้โอนเงินค่าจ้างจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าจำเลยขยายถนนและก่อสร้างไม่เสร็จตามกำหนด สภาพงานไม่เรียบร้อยไม่อาจส่งมอบแก่โจทก์ทั้งสองอย่างถูกต้องตามสัญญาโจทก์ทั้งสองจึงบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยและขอให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยรับเงิน จำเลยเพิกเฉย ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 63,013 บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 563,013 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยดำเนินการก่อสร้างถนนและทำร่องระบายน้ำกับปรับผิวจราจรจนเสร็จเรียบร้อย โจทก์ทั้งสองรับมอบงานโดยมิได้อิดเอื้อนหรือโต้แย้ง มีเพียงถนนช่วงปลายซอยที่เจ้าของที่ดินไม่ยินยอมและโจทก์ทั้งสองไม่สามารถเจรจาได้ จำเลยจ่ายเงินจำนวน 200,000 บาท ให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าทดแทนที่ดินส่วนเงินจำนวน 300,000 บาท เป็นค่าจ้างเหมาปรับผิวจราจร การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่ชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินคืน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 287,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองนำคดีมาฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดถึงความชำรุดบกพร่องของงานเกินกว่า 1 ปี คดีของโจทก์ทั้งสองจึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 598 ประกอบมาตรา 601 นั้นว่าโจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกคืนเงินค่าจ้างที่ได้จ่ายให้จำเลยเนื่องจากจำเลยผิดสัญญารับจ้างก่อสร้างและขยายถนนให้โจทก์ มิใช่ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องในการทำงานของจำเลย ซึ่งมีอายุความ 1 ปี ดังที่จำเลยฎีกา และกรณีที่โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกคืนเงินค่าจ้างจากจำเลยนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 เดิม แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5891/2537 นาย สนิท วิโรจน์ สกุล กับพวก โจทก์ นาย สุวรรณ อุบล เจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สนิท วิโรจน์ สกุล กับพวก · จำเลย - นาย สุวรรณ อุบล เจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2486/2552ฎีกา 3662/2525ฎีกา 939/2521ฎีกา 3184/2537ฎีกา 19/2538ฎีกา 7172/2547ฎีกา 8001/2544ฎีกา 2131/2531ฎีกา 3497/2528ฎีกา 4742/2537ฎีกา 2526/2552ฎีกา 7053/2540ฎีกา 2947/2526ฎีกา 25/2523ฎีกา 3838/2547ฎีกา 4004/2534ฎีกา 4308/2550ฎีกา 5920/2533ฎีกา 19-20/2538ฎีกา 7502/2538ฎีกา 1248/2504ฎีกา 484/2510ฎีกา 8502/2538ฎีกา 2702/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา