⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 790/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสภาพหนี้ตามกฎหมายต้องเป็นการกระทำต่อเจ้าหนี้โดยมีเจตนาจะใช้หนี้นั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ การให้การหรือเบิกความต่อเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาลในคดีอื่น ไม่ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ต้องกระทำต่อเจ้าหนี้และมีเจตนาจะใช้หนี้นั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เช่น รับว่าเป็นหนี้จริงแต่ต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความแล้ว ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ จำเลยเคยให้การชั้นสอบสวนในคดีอื่นโดยโจทก์ขอให้ปลัดอำเภอช่วยถามถึงเรื่องค้างค่าจ้างว่าความด้วย และจำเลยเคยเบิกความต่อศาลในคดีอื่นว่าค้างค่าจ้างว่าความโจทก์ก็ดี เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องให้การและเบิกความตามหน้าที่ มิใช่กระทำต่อเจ้าหนี้ และมิใช่มีเจตนาจะใช้หนี้ที่ขาดอายุความแล้วแก่เจ้าหนี้ จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 10/2504)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าจ้างว่าความ ๑๒,๐๐๐ บาท โดยอ้างว่าจำเลยรับสภาพหนี้ไว้ จำเลยให้การว่า ค้างค่าจ้างอยู่ ๖,๐๐๐ บาท ซึ่งขาดอายุความแล้ว และไม่เคยรับสภาพหนี้ ซึ่งอ้างในฟ้องที่ว่าเป็นการรับสภาพหนี้ก็ไม่ใช่การรับสภาพหนี้ ชั้นพิจารณาคู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยต่อนายอรุณปลัดอำเภอว่าค้างค่าจ้างว่าความโจทก์อยู่ ๑๒,๐๐๐ บาท กับคำเบิกความของจำเลยในคดีอาญาแดงที่ ๘๔๐/๒๔๙๙ และคดีแพ่งแดงที่ ๒๐๕-๒๐๖/๒๔๙๙ ว่าจำเลยค้างค่าจ้างโจทก์อยู่ ๖,๐๐๐ บาทและจำเลยตกลงจะให้โจทก์เป็นพิเศษอีก ๖,๐๐๐ บาทนั้น เป็นการรับสภาพหนี้หรือไม่ ถ้าเป็น จำเลยยอมใช้เงินให้โจทก์ ๑๒,๐๐๐ บาท ถ้าไม่เป็นโจทก์ยอมแพ้ โดยคู่ความต่างไม่สืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นเห็นว่า คำให้การจำเลยต่อปลัดอำเภอนั้น เป็นการรับสภาพหนี้ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๒,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำให้การจำเลยต่อปลัดอำเภอก็ดี คำเบิกความของจำเลยใน ๒ คดีดังกล่าวก็ดี ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า ๑.เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วเป็นที่สุดจะอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ ๒. คำให้การและคำเบิกความของจำเลยเป็นการรับสภาพหนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาข้อ ๑ ฟังไม่ได้ ส่วนฎีกาข้อ ๒ โดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ ต้องกระทำต่อเจ้าหนี้และมีเจตนาจะใช้หนี้นั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เช่น รับว่าเป็นหนี้แต่ต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความแล้ว ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ คำให้การจำเลยต่อปลัดอำเภอเป็นเรื่องที่คนอื่นกล่าวหาจำเลยเป็นคดีอาญาฐานหมิ่นประมาท ในการสอบสวนคดีนี้นโจทก์ได้ขอร้องให้ปลัดอำเภอช่วยสอบถามจำเลยถึงเรื่องค่าจ้างว่าความด้วย ส่วนคำเบิกความของจำเลยในคดีอาญาแดงที่ ๘๔๐/๒๔๙๙ เป็นเรื่องจำเลยฟ้องนายสมภาษก์ อุทยางกูร ทนายสำนักงานเดียวกับโจทก์ในเรื่องฉ้อโกง และคดีแพ่งแดงที่ ๒๐๕-๒๐๖/๒๔๙๙ เป็นเรื่องภริยานายสมภาษก์ฟ้องจำเลยเรื่องผิดสัญญาไม่ยอมจำนองที่ดินและเรื่องผิดสัญญากู้ เห็นได้ว่าคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยและคำเบิกความของจำเลยในคดีดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องที่จำเลยต้องให้การตามหน้าที่ของพยาน มิใช่การกรทำต่อเจ้าหนี้ และมิใช่เป็นเรื่องที่ลูกหนี้เจตนาจะใช้หนี้ซึ่งขาดอายุความแล้วให้แก่เจ้าหนี้ จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2504 นายยัญ คงสมจิตต์ โจทก์ นางไป๋ ปิ่นอำนาจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยัญ คงสมจิตต์ · จำเลย - นางไป๋ ปิ่นอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · การุณย์นราทร · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิสัยสารคุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4790/2533ฎีกา 9091/2538ฎีกา 3174/2527ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1472/2532ฎีกา 994/2485ฎีกา 2504/2523ฎีกา 6607/2560ฎีกา 873/2508ฎีกา 450/2493ฎีกา 916/2509ฎีกา 456/2539ฎีกา 2968/2530ฎีกา 3443/2526ฎีกา 367/2495ฎีกา 159/2513ฎีกา 225/2531ฎีกา 903-906/2484ฎีกา 1896/2493ฎีกา 1635/2540ฎีกา 463/2518ฎีกา 1515/2522ฎีกา 757/2510ฎีกา 2462/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา