⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6065/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6065/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การได้มาซึ่งภารจำยอมโดยอายุความนั้น ต้องเป็นการใช้ทางพิพาทโดยสงบ เปิดเผย และต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี โดยไม่ขัดขวาง 2. หากทางภารจำยอมที่ใช้มีลักษณะเพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์เกินความจำเป็น ศาลมีอำนาจกำหนดทางภารจำยอมใหม่ให้เหมาะสมและเป็นธรรมได้ 3. จำเลยมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของตน แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองได้รับส่วนแบ่งมรดกคือบ้านและที่ดินที่ใช้ปลูกบ้านและได้เข้าครอบครองเป็นส่วนสัด ที่ดินพิพาทดังกล่าวจึงตกเป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสองการที่โจทก์ทั้งสองผ่านที่ดินของจำเลยและทายาทอื่นออกสู่ทาสาธารณะโดยโจทก์ทั้งสองไม่มีทางออกทางอื่นเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี โจทก์ทั้งสองจึงได้ภารจำยอมในการผ่านที่ดินส่วนที่เป็นของจำเลยและทายาทอื่น แต่ทางภารจำยอมที่โจทก์ทั้งสองแสดงไว้แตะต้องเพียงส่วนหนึ่งแห่งภารยทรัพย์และมีลักษณะเป็นการเพิ่มภาระแก่ที่ดินอันเป็นภารยทรัพย์เกินความจำเป็น ศาลเห็นสมควรกำหนดทางภารจำยอมของโจทก์ทั้งสองเสียใหม่ให้เหมาะสมและเป็นธรรม การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าเงินที่ อ. ซื้อที่ดินพิพาทที่ส่วนที่เป็นมรดกรวมอยู่ด้วย ผลของคำพิพากษาย่อมทำให้เสียสิทธิของจำเลยจำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1750

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสอง จำเลยพันตำรวจเอกโกมลและนายโกเมศเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายจันทร์ และนางอี่ นายจันทร์ถึงแก่กรรมมีมรดกคือสิทธิการเช่าตึกแถว 1 ห้อง บ้านไม้ 1 หลัง และที่ดิน 1 แปลง ซึ่งทายาทครอบครองร่วมกันจนกระทั่งปี 2503 จึงตกลงขายสิทธิการเช่าตึกแถวแล้วนำเงินไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 21041 โดยให้มารดาลงชื่อในโฉนดถือกรรมสิทธิ์แทนทายาททุกคน ต่อมาปี 2504 มารดาและทายาททุกคนตกลงแบ่งมรดกที่ดินดังกล่าวกันเป็นสัดส่วน โจทก์ทั้งสองเข้าครอบครองปลูกบ้านมีรั้วเป็นขอบเขตที่แน่ชัดโดยสงบเปิดเผยตลอดมารวมทั้งใช้ที่ดินในส่วนของจำเลยกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ6 เมตร เป็นทางออกสู่ถนนสาธารณะเป็นเวลา 25 ปีแล้ว ต่อมาโจทก์ทั้งสองทราบว่ามารดาจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 21041 ให้แก่จำเลยผู้เดียวเมื่อปี 2524 การรับโอนที่ดินของจำเลยไม่สุจริตจำเลยไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนของโจทก์ทั้งสอง ขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 21041 เนื้อที่ 30 ตารางวาในกรอบเส้นสีเหลืองในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องแก่โจทก์ที่ 1และเนื้อที่ 21 ตารางวา ในกรอบเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องแก่โจทก์ที่ 2 หากจำเลยไม่จัดการแบ่งแยกก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยเปิดประตูทางเข้าบ้าน และจัดการจดทะเบียนที่ดินเส้นทางดังกล่าวเป็นทางภารจำยอมกับใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสามสำนวนให้การเป็นใจความว่า มารดาได้ที่ดินโฉนดเลขที่ 21041 มาโดยชอบและถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียวไม่ใช่ที่ดินมรดกของบิดาไม่ได้ครอบครองแทนบุคคลอื่นมารดาทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมบ้านให้แก่จำเลยโจทก์ทั้งสองไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทโดยปรปักษ์จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง และไม่มีสิทธิขอให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมที่ดิน โจทก์ทั้งสองไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ที่ 2 ถึงแก่กรรม จ่าสิบเอกกนกศักดิ์ทายาทของโจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 21041ที่โจทก์แต่ละคนครอบครองปลูกบ้านอยู่ โดยแบ่งแยกให้แก่โจทก์ที่ 1เนื้อที่ 30 ตารางวา ให้จ่าสิบเอกกนกศักดิ์ในฐานะผู้รับมรดกความของโจทก์ที่ 2 เนื้อที่ 21 ตารางวา หากจำเลยไม่จัดการแบ่งแยกก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและให้จำเลยจดทะเบียนทางภารจำยอมกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดแนวจากหน้าประตูรั้วบ้านโจทก์ทั้งสองไปจนถึงประตูใหญ่ออกสู่ถนนสาธารณะหากจำเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนทางภารจำยอมดังกล่าวก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า เงินที่นางอี่ซื้อที่ดินพิพาทมีส่วนที่เป็นมรดกรวมอยู่ด้วย ผลของคำพิพากษาย่อมทำให้เสียสิทธิของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ และเห็นสมควรวินิจฉัยรวมกับฎีกาของโจทก์ทั้งสองที่ว่า โจทก์ทั้งสองได้รับส่วนแบ่งมรดกคือที่ดินพิพาทของแต่ละคนและครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมาหรือไม่ เห็นว่า ทรัพย์ที่นางอี่นำมาซื้อที่ดินตามโฉนดเลขที่ 21041 แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร และปลูกบ้านสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวรวม 3 หลังนั้นมีส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกของนายจันทร์รวมอยู่กับส่วนที่เป็นทรัพย์ของนางอี่ด้วยมิใช่ทรัพย์ของนางอี่แต่เพียงผู้เดียว ประกอบกับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของนางอี่เช่นเดียวกับจำเลยและพฤติการณ์ส่วนใหญ่ของนางอี่ที่ผ่านมานางอี่ให้ความรักความห่วงใยแก่บุตรทุกคนเห็นได้จากกรณีของโจทก์ทั้งสองแม้จะมีครอบครัวแล้วก็ยังไม่เคยแยกครอบครัวออกไปอยู่ต่างหากยังอยู่กับนางอี่รวมเป็นครอบครัวเดียวกันตลอดมา การที่นางอี่ให้ทรัพย์สิ่งใดแก่บุตรก็มีเหตุผลให้เน่าเชื่อว่าต้องให้บุตรแต่ละคนได้รับเสมอกัน จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่นางอี่จะแบ่งทรัพย์เฉพาะบ้านให้โจทก์ทั้งสองคนละหลัง ส่วนจำเลยนั้นให้บ้านหลังใหญ่และที่ดินทั้งแปลงใหญ่จึงเชื่อว่า โจทก์ทั้งสองได้รับส่วนแบ่งมรดกคือบ้านและที่ดินที่ใช้ปลูกบ้านและได้เข้าครอบครองเป็นส่วนสัด ที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ทั้งสองต่างครอบครองจึงตกเป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสอง นางอี่ไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปยกให้แก่จำเลย เมื่อฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองมาแต่แรกแล้ว ที่ดินนอกจากที่ดินพิพาทย่อมเป็นส่วนของทายาทอื่นการที่โจทก์ทั้งสองผ่านที่ดินทายาทอื่นออกสู่ทางสาธารณะโดยไม่มีทางออกทางอื่นเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี โจทก์จึงได้ภารจำยอมในการผ่านที่ดินส่วนที่เป็นของจำเลยและทายาทอื่นออกสู่ทางสาธารณะแต่ลักษณะของทางภารจำยอมที่โจทก์แสดงไว้ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องนั้นเห็นว่าภารจำยอมแตะต้องเพียงส่วนหนึ่งแห่งภารยทรัพย์และมีลักษณะเป็นการเพิ่มภาระแก่ที่ดินอันเป็นภารยทรัพย์เกินความจำเป็นจึงเห็นสมควรกำหนดทางภารจำยอมของโจทก์เสียใหม่ให้เหมาะสมและเป็นธรรม พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น สำหรับทางภารจำยอมกว้าง 3 เมตรนั้น ให้ทอดยาวจากประตูรั้วหน้าบ้านจำเลยเลียบชิดกำแพงรั้วของจำเลยทางด้านทิศเหนือไปทางทิศตะวันออกจดรั้วด้านหน้าบ้านโจทก์ที่ 1 เลียบชิดขอบรั้วด้านหน้าบ้านโจทก์ที่ 1 ไปทางทิศใต้จดถึงประตูรั้วบ้านโจทก์ที่ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6065/2537 นาย ประสิทธิ์ ประเสริฐ วงศ์ กับพวก โจทก์ นาง อา รี นา คะ สิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประสิทธิ์ ประเสริฐ วงศ์ กับพวก · จำเลย - นาง อา รี นา คะ สิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากษส บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2076/2542ฎีกา 759/2494ฎีกา 1339/2499ฎีกา 231/2482ฎีกา 1022/2551ฎีกา 4415/2528ฎีกา 5272/2544ฎีกา 194/2543ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 3886/2566ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา