⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 816/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้แก่คู่ความอีกฝ่ายและเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในกำหนด ถือเป็นการทิ้งฎีกา และศาลฎีกามีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันโดยกำหนดให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 5 วัน ไม่มีผู้รับให้ปิด ทนายจำเลยรับทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว ไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในกำหนด ถือว่าเป็นการทิ้งฎีกาตามมาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247ศาลฎีกามีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้แก่โจทก์ เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยื่นคำร้องว่า โจทก์สมคบกับผู้สนใจเข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์โดยไม่สุจริต เจ้าพนักงานบังคับคดียอมให้โจทก์เสนอราคาเพียงผู้เดียวซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมาก ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์คัดค้านว่า ได้มีการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวมาแล้ว 12 ครั้ง เป็นเวลา 2 ปี 5 เดือนเศษ จำเลยที่ 1 และที่ 3ยื่นคำร้องเพื่อประวิงการบังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 และสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 นำส่งสำเนาฎีกาแก่โจทก์ภายใน 5 วัน จำเลยที่ 1และที่ 3 ไม่นำส่งสำเนาฎีกาภายในกำหนด ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 3 มายื่นคำแถลงขอให้ศาลส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1และที่ 3 ยื่นคำฟ้องฎีกาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2536 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า "รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3สำเนาให้โจทก์ ผู้ซื้อทรัพย์ และเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จำเลยที่ 1ที่ 3 นำส่งภายใน 5 วัน ไม่มีผู้รับให้ปิด" ครั้นวันที่ 18พฤศจิกายน 2536 จำเลยที่ 1 และที่ 3 มายื่นคำแถลงขอให้ศาลส่งสำเนาคำฟ้องฎีกา ต่อมาวันที่ 22 พฤศจิกายน 2536 ศาลชั้นต้นสั่งในคำแถลงดังกล่าวว่า "จำเลยที่ 1 ที่ 3 มิได้นำส่งภายในกำหนดตามคำสั่ง รวมสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง" เห็นว่าแม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ลงชื่อรับทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ในคำฟ้องฎีกาอีก แต่ท้ายคำฟ้องฎีกามีข้อความไว้ชัดว่า"ข้าพเจ้าได้ยื่นสำเนาฎีกา โดยข้อความถูกต้องเป็นอย่างเดียวกันมาด้วย 2 ฉบับ และรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" โดยทนายความจำเลยที่ 1 และที่ 3 ลงชื่อในช่องผู้ฎีกา เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นในวันเดียวกับที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ซึ่งกำหนดให้นำส่งสำเนาภายใน 5 วันแล้วเมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 มายื่นคำแถลงขอนำส่งสำเนาในวันที่18 พฤศจิกายน 2536 ซึ่งพ้นกำหนด 5 วัน นับแต่ทราบคำสั่งนั้นจึงนับว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่มานำส่งสำเนาและแถลงให้ศาลทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา..." ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2537 ธนาคาร นครหลวง ไทย จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร ผู้ร้อง นาย สม ชาย ฉัน ทะกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร นครหลวง ไทย จำกัด · ผู้ร้อง - กรมสรรพากร · จำเลย - นาย สม ชาย ฉัน ทะกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ