⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 86/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีเจตนาเพียงร่วมทำร้ายผู้ตาย ต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก หากจำเลยอื่นกระทำโดยเจตนาที่เกิดขึ้นภายหลังและจำเลยอื่นไม่ทราบถึงการกระทำนั้น ย่อมไม่มีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมในการกระทำนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ทำร้ายผู้ตายโดยการชกต่อย ส่วนจำเลยที่ 3 ทำร้ายผู้ตายโดยใช้ไม้ตี ซึ่งล้วนแต่มิได้ก่อให้เกิดบาดแผลแก่ผู้ตายถึงขนาดจะเป็นเหตุแห่งความตายได้ หลังจากนั้นจำเลยที่ 1เข้ามาทำร้ายผู้ตายด้วยการเตะหาได้ใช้มีดที่พกติดตัวมาแทงทำร้ายผู้ตายทันทีไม่ แสดงชัดว่าจำเลยที่ 1 กระทำโดยเจตนาเพียงร่วมทำร้ายผู้ตายก่อน หลังจากนั้นเกิดการโต้ตอบเป็นเชิงต่อว่าระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 จึงชักมีดออกมาแทงผู้ตาย เป็นเจตนาเกิดขึ้นภายหลัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2และที่ 3 ทราบถึงการมีอาวุธมีดติดตัวตั้งแต่ก่อนหรือแรกเกิดเหตุไม่มีเหตุที่จะคาดหมายหรือเล็งเห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 อาจฆ่าผู้ตายได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีเจตนาเพียงร่วมในการทำร้ายผู้ตายต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 2 คน ได้ร่วมกันกระทำผิดขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 33, 83, 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบมีดปลายแหลมของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 371 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ขณะกระทำผิดมีอายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ประกอบด้วยมาตรา 52(2)ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก 25 ปี ฐานพกพาอาวุธ ปรับ 50 บาท จำเลยที่ 2และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุกคนละ2 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 ปี 6 เดือนและปรับ 25 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี มีดปลายแหลมของกลางให้ริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 ให้จำคุกคนละ 20 ปีจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลลดโทษให้จำเลยที่ 3 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพียงว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติเกี่ยวกับการกระทำผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2ได้ทำร้ายผู้ตายโดยการชกต่อย ส่วนจำเลยที่ 3 ทำร้ายผู้ตายโดยใช้ไม้ตี ซึ่งล้วนแต่มิได้ก่อให้เกิดบาดแผลแก่ผู้ตายถึงขนาดจะเป็นเหตุแห่งความตายได้ ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลอันเกิดจากการใช้มีดเป็นอาวุธแทงทำร้ายซึ่งกระทำโดยจำเลยที่ 1คนเดียว และจากคำเบิกความของพยานโจทก์ปากนายรามา วีครีฟ เฟิลส์ผู้เป็นเพื่อนและยืนรอรถโดยสารประจำทางอยู่กับผู้ตายตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุว่า หลังจากที่จำเลยที่ 3 ใช้ไม้ตีผู้ตายแล้ว จำเลยที่ 1 จึงได้เข้ามาทำร้ายผู้ตาย แต่ก็ด้วยการเตะหาได้ใช้มีดที่พกติดตัวมานั้นแทงทำร้ายผู้ตายทันทีเลยไม่ แสดงชัดว่าจำเลยที่ 1กระทำการโดยเจตนาเพียงร่วมทำร้ายผู้ตายก่อน หลังจากนั้นได้เกิดการโต้ตอบเป็นเชิงต่อว่าระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1จึงได้ชักมีดออกมาแทงผู้ตาย ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าเจตนาในการฆ่าผู้ตายโดยการใช้มีดแทงนี้เป็นเจตนาเกิดขึ้นภายหลังจากการพูดจาโต้ตอบดังกล่าวเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นเฉพาะตัวจำเลยที่ 1 และพยานหลักฐานทั้งหมดที่โจทก์นำสืบก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใด ๆ ที่จะส่อแสดงว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ทราบถึงการมีอาวุธมีดติดตัวตั้งแต่ก่อนหรือแรกเกิดเหตุ ไม่มีเหตุที่จะคาดหมายหรือเล็งเห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 อาจฆ่าผู้ตายได้ จึงไม่อาจรับฟังเป็นโทษแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่าได้มีเจตนาร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยการแบ่งหน้าที่กันทำดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์คดีต้องรับฟังเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่ามีเจตนาเพียงร่วมในการทำร้ายผู้ตาย ต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 วรรคแรก, 83 ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3ในการกระทำผิดตามที่พิจารณาได้ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ฎีกาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ให้จำคุกคนละ 3 ปีลดโทษให้จำเลยที่ 3 กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 เหลือจำคุกจำเลยที่ 3กำหนด 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2537 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย เกียรติศักดิ์ หรือ เจมส์ มหาชัย วงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย เกียรติศักดิ์ หรือ เจมส์ มหาชัย วงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย วิมลเศรษฐ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 789/2480ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 2936/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ