⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 949/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย ถือเป็นเอกสารมหาชนที่รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ และต้องถือว่าคู่สมรสได้ให้ความยินยอมในการจดทะเบียนดังกล่าว เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเอกสารที่ไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 เดิม ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ประกอบกับพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478มาตรา 22 บัญญัติแต่เพียงว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสเท่านั้น ไม่ได้บังคับว่าจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง โจทก์ยอมรับว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเป็นเอกสารราชการ เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนยืนยันว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเป็นเอกสารที่ถูกต้องเอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารมหาชนเมื่อโจทก์สืบไม่ได้ว่าเป็นเอกสารที่ไม่สมบูรณ์อย่างไร ต้องถือว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องสมบูรณ์ รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ฟังได้ว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมตามทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแล้ว โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานสำคัญของโจทก์ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดีซึ่งโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านไปแล้วโจทก์อุทธรณ์ประเด็นข้อนี้ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้เพราะไม่อาจทำให้ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เปลี่ยนแปลงไปได้ ฎีกาของโจทก์ไม่ได้คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องอย่างไรศาลอุทธรณ์จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้อย่างไร ฎีกาของโจทก์จึงไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.127 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว ม.22 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ โหประพัฒน์ นาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ ได้จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมโดยปลอมลายมือชื่อของโจทก์เพื่อแสดงแก่นายทะเบียนว่า โจทก์ในฐานะคู่สมรสได้ให้ความยินยอมแล้ว ซึ่งความจริงโจทก์ไม่ได้ให้ความยินยอม ต่อมานาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ถึงแก่ความตายทำให้โจทก์เสียสิทธิที่จะได้รับทรัพย์สินทั้งหมดของนาวาตรีหญิงอำไพวงศ์แต่ผู้เดียว ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของนาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ และให้จำเลยกลับคืนสู่สถานะเดิม จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้รับบุตรบุญธรรมโจทก์ให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม คดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมนั้น หากผู้รับบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสคู่สมรสจะต้องให้ความยินยอมในการจดทะเบียนโดยมีลายมือชื่อของคู่สมรสอย่างชัดเจนจึงจะมีผลสมบูรณ์และมีแบบพิมพ์ ค.ร.13ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในการรับบุตรบุญธรรมทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อในด้านหลังนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584เดิมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ประกอบกับพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 มาตรา 22 บัญญัติแต่เพียงว่าการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสเท่านั้น ไม่ได้บังคับว่าจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง คดีนี้โจทก์เบิกความยอมรับว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.3 เป็นเอกสารราชการซึ่งเจ้าพนักงานได้บันทึกไว้ด้านหลังเอกสารฉบับนี้มีใจความว่า วันนี้ร้อยโทหญิงอำไพวงศ์ โหประพัฒน์ มายื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กหญิงพรรณภา ไทยตรง เป็นบุตรบุญธรรมโดยมีเรือโทประพันธ์ โหประพัฒน์ คู่สมรสมาให้ความยินยอมในด้านหลังค.ร.13 แล้ว และนางวันทนา บุนนาค เจ้าหน้าที่ปกครอง 4 มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมประจำที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำการจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3หรือ ล.3 เบิกความว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย ล.3เป็นเอกสารที่ถูกต้อง โดยที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่ เป็นผู้รับรองว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง ด้านหลังของทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย ล.3 มีบันทึกการให้ความยินยอมของเรือโทประพันธ์โหประพัฒน์ สามีของเรือโทหญิงอำไพวงศ์อยู่ด้วย โดยผู้บันทึกเป็นเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่บันทึกว่าเรือโทประพันธ์ โหประพัฒน์ คู่สมรสมาให้ความยินยอมในด้านหลัง ค.ร.13แล้ว เพราะก่อนที่เจ้าหน้าที่ของที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่จะบันทึกด้านหลังของเอกสารหมาย ล.3 ดังกล่าวนั้น จะต้องมีคำร้องให้ความยินยอมของคู่สมรสก่อน แล้วเจ้าหน้าที่จึงบันทึกลงไป และคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนและใบสำคัญการสมรสมาด้วยเพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบ เหตุด้านหลังของที่บันทึกการให้ความยินยอมของคู่สมรสเอกสารหมาย ล.3 ไม่มีลายมือชื่อของคู่สมรสผู้ให้ความยินยอมด้วยเนื่องจากในทางปฏิบัติคู่สมรสจะให้ความยินยอมในเอกสารอีกฉบับหนึ่ง เห็นว่านอกจากโจทก์ยอมรับว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.3 เป็นเอกสารราชการแล้ว นางวันทนาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมยังยืนยันว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.3 เป็นเอกสารที่ถูกต้อง เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารมหาชน เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ว่าเป็นเอกสารที่ไม่สมบูรณ์อย่างไร ต้องถือว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องสมบูรณ์ รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ กรณีฟังได้ว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอมในการที่นาวาตรีหญิงอำไพวงศ์ โหประพัฒน์ จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมตามทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.3แล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานสำคัญของโจทก์ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดีซึ่งโจทก์ได้โต้แย้งคัดค้านไปแล้วนั้น โจทก์อุทธรณ์ประเด็นข้อนี้ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้เพราะไม่อาจทำให้ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เปลี่ยนแปลงไปได้ เห็นว่าฎีกาของโจทก์ข้อนี้ไม่ได้คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องอย่างไร ศาลอุทธรณ์จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้อย่างไรฎีกาของโจทก์จึงไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2537 เรือเอก ประพันธ์ โหประพัฒน์ โจทก์ นางสาว พรรณภา โหประพัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เรือเอก ประพันธ์ โหประพัฒน์ · จำเลย - นางสาว พรรณภา โหประพัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 763-766/2495ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 175/2530ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 922/2522ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ