คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่มิได้โต้แย้งไว้ ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น และฎีกาที่มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือผิดพลาดอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ในวันนัดสืบพยานผู้ร้องซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนเมื่อวันที่ 2 กันยายน2534 ผู้ร้องยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับบัญชีระบุพยานของผู้ร้อง กับให้งดสืบพยานผู้ร้องและพยานโจทก์และได้มีคำพิพากษาวันที่ 19 กันยายน 2534 คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 เมื่อผู้ร้องมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ผู้ร้องนำพยานเข้าสืบ ถือได้ว่าผู้ร้องไม่มีพยานมาสืบตามคำร้อง และฟังไม่ได้ว่าบ้านพิพาทเป็นของผู้ร้อง ดังนั้น การที่ผู้ร้องฎีกาว่า บ้านพิพาทเดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของ ธ.ไม่ใช่ของจำเลย ผู้ร้องได้ซื้อบ้านพิพาทมาจาก ธ. เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2531ในราคา 20,000 บาท และผู้ร้องได้เป็นเจ้าของบ้านพิพาทในทะเบียนบ้านแล้วเมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้อง จำเลยได้ออกไปจากบ้านพิพาทแล้ว โจทก์ทั้งสองหามีสิทธิที่จะบังคับคดีให้รื้อถอนบ้านพิพาทได้อีกต่อไป การที่โจทก์ทั้งสองขอให้บังคับคดี จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวมิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือผิดพลาดอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวก · ผู้ร้อง - นายพรเทพ ศรีวัฒนาพรกุล · จำเลย - นายชาตรี นันทเมธีสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · สมชัย สายเชื้อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ถิรรุ่งเรือง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา