คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1867/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ผู้รับประกันภัยที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยในการเรียกให้ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามกฎหมาย
การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดโดยผู้รับประกันภัยที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้วนั้น ไม่ใช่การฟ้องบังคับตามสัญญาประกันภัย จึงไม่ต้องห้ามมิให้นำพยานหลักฐานอื่นมาสืบ แม้จะไม่มีต้นฉบับกรมธรรม์ประกันภัยมาแสดงต่อศาลก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ผู้รับประกันภัยซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ธ.ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว ฟ้องจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้ใช้อำนาจปกครอง จึงเป็นการฟ้องในฐานะผู้เข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยตามป.พ.พ. มาตรา 880 ไม่ได้ฟ้องบังคับตามสัญญาประกันภัย
ป.พ.พ. มาตรา 867 วรรคแรก เป็นเพียงบทบัญญัติใช้บังคับเฉพาะแก่คู่กรณีที่ได้ทำสัญญากันเท่านั้น หามีผลผูกพันให้ใช้แก่บุคคลภายนอกจำเลยทั้งสามเป็นบุคคลภายนอก ไม่ได้เป็นคู่สัญญา ย่อมไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายที่ต้องนำพยานเอกสารมาแสดง การนำสืบและการรับฟังพยานหลักฐานจึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 แม้ในวันชี้สองสถานโจทก์ไม่มีต้นฉบับเอกสารกรมธรรม์ประกันภัยมาแสดงต่อศาล โจทก์ก็สืบพยานบุคคลเพื่อให้ศาลรับฟังว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด · จำเลย - นางสาวปนัดดา ศิริวรกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญธรรม อยู่พุก · นิเวศน์ คำผอง · สมภพ โชติกวณิชย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นายสาโรจน์ เกษมถาวรศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - ... |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา