คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 224/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีตามคำพิพากษาต้องกระทำภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา และระยะเวลาดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายวิธีสบัญญัติ ไม่อาจนำอายุความตามกฎหมายสารบัญญัติมาใช้บังคับได้
ย่อคำพิพากษา
การร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา เจ้าหนี้ตามคำ-พิพากษาจะต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้ครบถ้วนภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ดังนั้นหากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษามาแล้วขายทอดตลาดได้เงินไม่คุ้มหนี้และโจทก์ประสงค์จะบังคับคดีอีก โจทก์จะแถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของลูกหนี้เพิ่มเติมเมื่อเกินกำหนดสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาแล้วไม่ได้
ปัญหาในชั้นนี้เป็นข้อโต้เถียงเกี่ยวกับสิทธิในการบังคับคดีโดยตรงว่าโจทก์ได้ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่ ป.วิ.พ. มาตรา 271กำหนดไว้หรือไม่ อันเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายวิธีสบัญญัติกำหนดไว้โดยเฉพาะจึงไม่อาจนำบทบัญญัติในเรื่องอายุความตาม ป.พ.พ. ซึ่งเป็นกฎหมายสารบัญญัติมาใช้บังคับแก่กรณีได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นางอภิรมย์ ชำนิบรรณการ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรินทร์ นาควิเชียร · นาม ยิ้มแย้ม · จรัญ หัตถกรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวีระศักดิ์ นิศามณี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา