คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2871/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสำคัญผิดในข้อเท็จจริงที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของตนเอง ย่อมต้องรับผิดในผลของการกระทำนั้นตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองทำร้ายผู้เสียหายโดยเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายจะเข้าไปลักทรัพย์ในโรงเรียน แต่ผู้เสียหายไม่ใช่คนร้าย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริง แต่ขณะถูกทำร้ายผู้เสียหายได้ร้องบอกว่า"อย่าทำผม" เวลาที่เกิดเหตุไม่ปรากฎว่ามีทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากกองไม้ อีกทั้งผู้เสียหายไม่มีอาวุธติดตัว การไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายไม่ใช่คนร้ายเข้ามาลักทรัพย์จึงเกิดขึ้นด้วยความประมาทของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดฐานกระทำโดยประมาทสำหรับการกระทำนั้นด้วยตามป.อ. มาตรา 62 วรรคสองเมื่อผู้เสียหายถูกจำเลยทั้งสองทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสจำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัด- · โจทก์ร่วม - นางเถียนหรือเถี้ยน ชัยสวัสดิ์ · จำเลย - นายจรัญ ด้วงปราง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ · ผล อนุวัตรนิติการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นางวีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายนิพนธ์ บุญมา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา