คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดย่อมตกเป็นของแผ่นดินเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ริบทรัพย์สินนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์แข่งกับรถจักรยานยนต์คันอื่นเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ของกลางจำเลยให้การรับสารภาพคดีฟังเป็นยุติได้ตามคำฟ้องคำให้การจำเลยว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา33จำเลยจะฎีกาว่ารถจักรยานยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีกไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่31ตุลาคม2536เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยแข่งรถจักรยานยนต์ในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยจำเลยขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร3ฝ-6544แข่งกับรถจักรยานยนต์คันอื่นบนถนน รัชดาภิเษกมุ่งหน้าไปทางสะพาน พระราม9 ตามวันเวลาเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางส่วนผู้ขับรถจักรยานยนต์คันอื่นได้หลบหนีไปเหตุเกิดที่แขวง บางโพงพางเขตยานนาวา กรุงเทพมหานครขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ.2522มาตรา134,160ทวิแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่4พ.ศ.2535มาตรา16,31ประมวลกฎหมายอาญามาตรา33เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ของจำเลยและริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ.2522มาตรา134,160ทวิแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่4พ.ศ.2535มาตรา16,31ประมวลกฎหมายอาญามาตรา33จำคุก1เดือนปรับ10,000บาทจำเลยให้การรับสารภาพไม่ลดโทษให้โทษจำคุกรอไว้1ปีไม่ชำระค่าปรับกักขังแทนริบรถจักรยานยนต์ของกลางและพักใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ของจำเลยมีกำหนด6เดือน
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า"ที่จำเลยฎีกาว่ารถจักรยานยนต์ของกลางไม่อาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดเพราะความผิดมิใช่เกิดจากตัวทรัพย์ความผิดเกิดขึ้นจากการที่จำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจรความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกศาลไม่อาจยกเหตุที่จะริบทรัพย์สินของกลางตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา32,33และ34เพราะของกลางคดีประเภทความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกนี้ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดนั้นเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายคำฟ้องว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร3ฝ-6544แข่งกับรถจักรยานยนต์คันอื่นเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ของกลางจำเลยให้การรับสารภาพคดีฟังเป็นยุติได้ตามคำฟ้องคำให้การจำเลยว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดจำเลยจะฎีกาโต้แย้งว่ารถจักรยานยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดอีกไม่ได้เมื่อฟังว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดศาลย่อมมีอำนาจจะพิพากษาริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา33ซึ่งบัญญัติให้อำนาจไว้ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2538
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นาย สุรัตน์ ขจรกาญจนรักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย สุรัตน์ ขจรกาญจนรักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ