คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5008/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยผู้ที่ไม่ได้ผิดสัญญาไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย เว้นแต่ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สิน และศาลมีอำนาจสั่งให้ฝ่ายที่ได้รับเงินคืนชำระหนี้ตอบแทนแก่ฝ่ายที่ต้องคืนเงินได้ แม้จะไม่ได้มีการต่อสู้ไว้ในคำให้การก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248วรรคหนึ่ง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 238ประกอบด้วยมาตรา 247
โจทก์ผู้เช่าซื้อและจำเลยผู้ให้เช่าซื้อต่างสมัครใจที่จะเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยายแล้ว ผลแห่งการเลิกสัญญาดังกล่าว คู่สัญญาจะต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม เมื่อโจทก์มิได้ผิดสัญญาก็ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ ให้แก่จำเลยคงจะต้องรับผิดเฉพาะค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ของจำเลยผู้ให้เช่าซื้อในระหว่างที่โจทก์ยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์ดังกล่าวอยู่ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 391 วรรคสาม และกรณีที่มีการเลิกสัญญากันแล้วเช่นนี้ โจทก์มาฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยโดยไม่เสนอชำระหนี้ค่าเสียหายตอบแทน เพื่อให้แต่ละฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แม้จำเลยจะไม่ได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การ เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคืนเงินก็มีอำนาจพิพากษาให้โจทก์ชำระหนี้ตอบแทนแก่จำเลยได้ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเดช โพธิจักร · จำเลย - บริษัทร้อยเอ็ดมิตซู จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพงษ์ สนธิเณร · สมภพ โชติกวณิชย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายเกรียงศักดิ์ วชิรเดชวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายวิชัย เหลืองวิไล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา