คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5187/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยประเด็นที่จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา โดยวินิจฉัยว่าประเด็นนั้นไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้น และจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ประเด็นนั้นจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้และโจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาจากจำเลยที่ 3 โดยคบคิดกันฉ้อฉลหรือไม่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ และจำเลยที่ 2 ได้อุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นไว้ในชั้นอุทธรณ์ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 มิได้ยกประเด็นดังกล่าวขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยนั้นเป็นการไม่ชอบอย่างไร คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวจึงมีผลเท่ากับว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้อุทธรณ์ประเด็นที่ว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลและโจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาจากจำเลยที่ 3 โดยคบคิดกันฉ้อฉลในชั้นอุทธรณ์ต้องถือว่าประเด็นข้างต้นที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกานั้นเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาที่ไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณา ตามป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยงยุทธ ตั้งกิจจากุล · จำเลย - นายชวลิต วงษ์ปิยะฉัตร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด ไตรโสรัส · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สถิตย์ ไพเราะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นางชุติมา จงสงวน · ศาลอุทธรณ์ - นายพลรัตน์ ประทุมทาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา