คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5251/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการโกรธแค้นและเข้าทำร้ายผู้อื่นแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้
การที่ผู้ถูกทำร้ายต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานกว่า 30 วัน และมีรอยแผลเป็นติดตัว ถือเป็นอันตรายสาหัสตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ก่อนเกิดเหตุประมาณ 7 วัน โจทก์ร่วมได้ไปแจ้งแก่ผู้ใหญ่บ้านว่าสามีจำเลยใช้ไม้ปาถูกบ้านของโจทก์ร่วม ทำให้จำเลยไม่พอใจ เมื่อจำเลยพบโจทก์ร่วมในวันเกิดเหตุแล้วถามโจทก์ร่วมได้รับคำยืนยันว่าไปแจ้งแก่ผู้ใหญ่บ้านจริงจำเลยโกรธแค้นโจทก์ร่วมและเข้าทำร้ายโจทก์ร่วมทันที จำเลยจึงเป็นฝ่ายก่อเหตุและเข้าทำร้ายโจทก์ร่วมแต่เพียงฝ่ายเดียว จำเลยจึงอ้างป้องกันมิได้
ตามสภาพบาดแผลที่โจทก์ร่วมได้รับนั้น โจทก์ร่วมต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 30 วัน เมื่อบาดแผลหายแล้วปรากฏรอยแหว่งที่ปีกจมูกด้านซ้ายเป็นแผลเป็นติดตัว ถือได้ว่าโจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัส
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · โจทก์ร่วม - นางระเบียบ ชัยสมุทร · จำเลย - นางสุจินต์ ฉิมพลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท · ปรีชา บูรณะไทย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางอัจฉรา นาถะภักติ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสุเมธ ตังคจิวางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา