คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6202/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำความผิดฐานทำลายพยานหลักฐานตาม ป.อ. มาตรา 199 เป็นความผิดต่อรัฐโดยตรง ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) จึงไม่ใช่บิดามารดาของผู้ตาย แม้จะได้รับผลกระทบจากการกระทำนั้นก็ตาม
* อำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ย่อคำพิพากษา
ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 199 เป็นความผิดเกี่ยวกับการทำลายพยานหลักฐาน ไม่ใช่ความผิดต่อสาธารณชน จึงเป็นความผิดเกี่ยวกับรัฐโดยตรง แม้จำเลยทั้งห้าจะร่วมกันย้ายศพผู้ตายเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตายก็ตามโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบิดามารดาของผู้ตายก็ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งห้าในข้อหาความผิดดังกล่าว
อำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้คู่ความมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตาม ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุจินต์ หนูประดิษฐ์ กับพวก · แซ่ด่าน - นายเฉวียงหรือโกเหนียว · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร · สมพล สัตยาอภิธาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายชวลิต อิศรเดช · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิเชียร มงคล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา