คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งคำบังคับให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ระบุไว้ในคำฟ้อง ถือว่าชอบด้วยกฎหมายและจำเลยได้รับคำบังคับแล้ว หากจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย จะถือว่าเกินกำหนดเวลา
ย่อคำพิพากษา
แม้ทะเบียนบ้านจะไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดถึงภูมิลำเนาของจำเลยแต่ปรากฏจากรายงานการเดินหมายของพนักงานเดินหมายว่า ในการไปส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้อง ส่งหมายนัดสืบพยานส่งคำบังคับพบบุคคลซึ่งแจ้งว่าจำเลยไปทำงานทั้งยังได้ความจากคำคัดค้านของโจทก์ว่า เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายก็ได้ส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ระบุไว้ในคดีนี้ และจำเลยก็ยอมรับว่าได้รับหมายเรียกสำเนาคำฟ้องในคดีที่ถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายแล้ว แสดงให้เห็นว่า จำเลยมีสถานที่อยู่ที่บ้านตามทะเบียนบ้านตามฟ้องเป็นแหล่งสำคัญ การส่งคำบังคับให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาที่ระบุไว้ในคำฟ้องจึงชอบด้วยกฎหมาย และต้องถือว่าจำเลยได้รับคำบังคับแล้ว
ปิดคำบังคับเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2535 แต่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในวันที่ 14 มีนาคม 2537 จึงเกินกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่จำเลย คือวันที่ 3 เมษายน 2535
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปรเมษฐ์ วงศ์พรเพ็ญภาพ · จำเลย - นายวันชัย พูลเกิด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูชาติ ศรีแสง · จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสำรวจ อุดมทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เจียมจูไร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา