คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9151/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างไว้ก่อนเพื่อรอผลการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีอาญา จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่นายจ้างกำหนดไว้เท่านั้น และหากลูกจ้างกระทำผิดสัญญาจ้างจนเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหาย นายจ้างย่อมมีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากลูกจ้างได้โดยไม่จำต้องรอผลคดีอาญา
ย่อคำพิพากษา
ข้อบังคับการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.5 มีข้อความว่าพนักงานผู้ใดมีกรณีต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกสอบสวนหรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา เว้นแต่คดีความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท... ฯลฯ... ก็ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่ง...ฯลฯ...ให้ผู้นั้นออกจากงานไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาได้ และวรรคสองมีข้อความว่า แต่ถ้าภายหลังศาลพิพากษาว่ามีความผิด หรือสอบสวนพิจารณาได้ความเป็นสัตย์ที่จะต้องลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก หรือเป็นกรณีที่จะต้องให้ออกจากงานด้วยเหตุอื่น ก็ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเป็นไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ให้ตรงตามข้อบังคับ... ถ้าปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อนมิได้มีความผิดเลยหรือมีความผิด... และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากงานด้วยเหตุอื่น ให้ผู้บังคับบัญชาที่สั่งให้ออกจากงานสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าทำงานตามเดิม แต่คดีนี้มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา และกรณีของจำเลยที่ 2 ได้กระทำผิดสัญญาจ้างทำให้โจทก์เสียหายจึงไม่อยู่ในบังคับของข้อบังคับดังกล่าวให้โจทก์รับจำเลยที่ 2 กลับเข้าทำงาน และกรณีผิดสัญญาจ้างก็ไม่มีข้อบังคับห้ามมิให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในทางแพ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การรถไฟแห่งประเทศไทย · จำเลย - นายสมจิตร พิลึก กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลิต ประไพศาล · ธวัชชัย พิทักษ์พล · ชลอ บุณยเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายพงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา