คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10259/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์จะเกิดขึ้นได้ ต้องเป็นการยึดถือครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามกฎหมาย หากผู้ครอบครองเพียงแต่เข้าไปทำประโยชน์เป็นครั้งคราว และยอมคืนที่ดินให้เมื่อเจ้าของแสดงกรรมสิทธิ์ ย่อมไม่ถือว่าเป็นการครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของ
ย่อคำพิพากษา
ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มาดูแลที่ดินทุกปี มิได้ทอดทิ้งส่วนผู้ร้องเมื่อเห็นว่าเจ้าของที่ดินมาดูแลที่ดินนาน ๆ ครั้งเนื่องจากอยู่ห่างไกลจึงถือโอกาสเข้าไปทำประโยชน์เป็นครั้งคราว ที่ดินที่ผู้ร้องครอบครองรวมทั้งที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่นอื่นอีกหลายคน ผู้ร้องไม่ได้ร้องขอครอบครองปรปักษ์ทั้งหมด เมื่อเจ้าของที่ดินรายใดแสดงกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องก็ยอมคืนที่ดินส่วนนั้นให้ไปโดยไม่ได้โต้แย้ง แสดงว่าผู้ร้องไม่ได้ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ผู้ร้องจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยครอบครองปรปักษ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายฉายฉาน ศรีสมุท กับพวก · ผู้คัดค้าน - นายวีระศักดิ์ อนัมบุตร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ผล อนุวัตรนิติการ · สมปอง เสนเนียม · จารุณี ตันตยาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายนิพนธ์ บุญมา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา