คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานละเมิดอำนาจศาลได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดร้องขอหรือเป็นโจทก์ฟ้อง และการที่พนักงานอัยการทำคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยในคดีละเมิดอำนาจศาล ไม่ถือว่าพนักงานอัยการเป็นโจทก์ในคดีนั้น
หนังสือมอบอำนาจเป็นเพียงเอกสารธรรมดาที่มอบหมายให้จัดการแทน ไม่ใช่เอกสารสิทธิ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกระทำการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงโทษจำเลยตาม ป.วิ.พ.มาตรา 31 (1), 33 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจพิเศษในการสั่งลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดร้องขอหรือเป็นโจทก์ฟ้อง แม้จำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วพนักงานอัยการได้ทำคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าพนักงานอัยการเป็นโจทก์
ความผิดของจำเลยคดีนี้เป็นเรื่องปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์จึงเป็นคนละเรื่องและคนละประเด็นกับคดีฐานละเมิดอำนาจศาล ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงโทษจำคุกจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์คดีนี้ย่อมไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ.มาตรา 39 (4) โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเป็นคดีนี้ได้ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ หนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารธรรมดา ซึ่งบุคคลคนหนึ่งมอบหมายให้บุคคลอีกคนหนึ่งมีอำนาจจัดการทำนิติกรรมแทนตนเท่านั้น ไม่เป็นเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการก่อตั้งสิทธิอย่างใด ไม่ใช่เอกสารสิทธิ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายสมศักดิ์ อ่อนชื่นจิตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์พล · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายชวลิต อิศรเดช · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายชวลิต ยอดเณร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา