คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ใบไต่สวนตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ แต่เป็นหนังสือแสดงการนำรังวัดเพื่อออกโฉนด
2. การครอบครองที่ดินที่มีใบไต่สวนโดยเจตนายึดถือเพื่อตนเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ทำให้ได้สิทธิครอบครองโดยเด็ดขาด
3. ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายที่คู่ความอุทธรณ์มาทั้งหมด แม้จะเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกัน
ย่อคำพิพากษา
ใบไต่สวนตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่ใช่เอกสารสำคัญที่แสดงว่าผู้มีชื่อในใบไต่สวนเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น แต่เป็นหนังสือซึ่งเจ้าพนักงานออกให้เพื่อแสดงว่าเจ้าของที่ดินได้นำรังวัดเพื่อออกโฉนด เมื่อโจทก์ครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่มีใบไต่สวนโดยเจตนายึดถือเพื่อตนเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี โจทก์ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองจากเจ้าของเดิมโดยเด็ดขาดแล้ว
แม้ศาลอุทธรณ์จะไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย แต่ก็ได้วินิจฉัยในข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งอีกคดีหนึ่งหรือไม่ด้วย ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยและคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งหมดนั้น จึงเป็นการไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเพ็ญวรรณ โสฬส · จำเลย - นางประพิศ เกื้อญาติ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · สมบัติ เดียวอิศเรศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวัฒนา วิทยกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา