⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 166-168/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166-168/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำแก้ฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งว่าฎีกาของคู่ความอีกฝ่ายเคลือบคลุมส่วนใดอย่างไร ไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่3แก้ฎีกาว่าฎีกาโจทก์ข้อ2และข้อ3เป็นฎีกาที่ไม่แสดงแจ้งชัดแห่งข้อหาเป็นฎีกาเคลือบคลุมศาลฎีกาไม่สมควรวินิจฉัยฎีกาของโจทก์เห็นว่าคำแก้ฎีกาของจำเลยที่3มิได้แสดงโดยชัดแจ้งในคำแก้ฎีกาว่าฎีกาของโจทก์ดังกล่าวเคลือบคลุมส่วนใดอย่างไรจึงเป็นคำแก้ฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของจำเลยที่3ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา177วรรคสอง,246,247ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา15ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ทั้ง สาม สำนวน นี้ ศาลชั้นต้น พิจารณา พิพากษา รวมกัน โดย ให้เรียก จำเลย ตามลำดับ สำนวน ว่า จำเลย ที่ 1 ถึง จำเลย ที่ 3 โจทก์ ทั้ง สาม สำนวน ฟ้อง มี ข้อความ ทำนอง เดียว กัน ว่า จำเลยทั้ง สาม ต่าง เข้า ไป ปลูก สิ่ง ก่อสร้าง และ พืชผล โดย จำเลย ที่ 1ปลูก บ้าน สร้าง บ้านเรือน และ สิ่ง ก่อสร้าง จำเลย ที่ 2 และ ที่ 3เข้า ไป ล้อม รั้ว และ ปลูก พืช ใน บริเวณ ที่ดิน ที่ กรมชลประทาน ก่อสร้างโครงการ ชลประทาน อ่างเก็บน้ำ ลำแชะ ใน เขต ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าครบุรี ท้องที่ ตำบล โคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัด นครราชสีมา อันเป็น การ กีดขวาง แก่ แนว ทาง ที่ กรมชลประทาน ได้ ทำการสำรวจ ไว้ เพื่อ การ ก่อสร้าง โครงการ ชลประทาน อ่างเก็บน้ำ ลำแชะ เหตุ เกิด ที่ ตำบล โคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัด นครราชสีมา ขอให้ ลงโทษ ตาม พระราชบัญญัติ ชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 31, 37 จำเลย ทั้ง สาม สำนวน ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ว่า จำเลย ทั้ง สาม มี ความผิดตาม พระราชบัญญัติ การชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 31, 37จำคุก จำเลย ทั้ง สาม คน ละ 1 เดือน ปรับ คน ละ 2,000 บาท โทษ จำคุกให้ รอการลงโทษ มี กำหนด คน ละ 2 ปี ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ค่าปรับ ไม่ชำระ ให้ จัดการ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลย ทั้ง สาม สำนวน อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้อง โจทก์ ทั้ง สาม สำนวน ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า จำเลย ที่ 3 แก้ ฎีกา ว่า ฎีกา โจทก์ ข้อ 2และ ข้อ 3 เป็น ฎีกา ที่ ไม่แสดง แจ้งชัด แห่ง ข้อหา เป็น ฎีกา เคลือบคลุมศาลฎีกา จึง ไม่สมควร วินิจฉัย ฎีกา ของ โจทก์ นั้น เห็นว่า คำ แก้ ฎีกาของ จำเลย ที่ 3 มิได้ แสดง โดยชัดแจ้ง ใน คำ แก้ ฎีกา ว่า ฎีกา ของ โจทก์ดังกล่าว เคลือบคลุม ส่วน ใด อย่างไร จึง เป็น คำ แก้ ฎีกา ที่ ไม่ ชัดแจ้งไม่มี ประเด็น ที่ จะ ต้อง วินิจฉัย ตาม คำ แก้ ฎีกา ของ จำเลย ที่ 3ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบ ด้วยมาตรา 246, 247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลฎีกา ไม่รับ วินิจฉัย พิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166 - 168/2539 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ นาย พันธ์ ดีสำโรง จำเลย พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ นาย ทวีศักดิ์ ลิ้มประยูรสวัสดิ์ จำเลย พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ นาย สาว สุรีย์ภรณ์ แซ่อัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นาย พันธ์ ดีสำโรง · โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นาย ทวีศักดิ์ ลิ้มประยูรสวัสดิ์ · โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นาย สาว สุรีย์ภรณ์ แซ่อัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7988/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 759/2519ฎีกา 5285/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา