คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3092/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณี และเมื่อสัญญาเช่าได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีกำหนดระยะเวลา คู่สัญญาประสงค์ให้สัญญาเช่ามีอยู่จนครบกำหนด เว้นแต่จะมีการกระทำผิดสัญญาของผู้เช่า
ย่อคำพิพากษา
การตีความสัญญาจะต้องตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย ตาม ป.พ.พ.มาตรา 368 คู่สัญญาทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีกำหนดระยะเวลา28 ปี แสดงว่า คู่สัญญาประสงค์จะให้สัญญาเช่ามีอยู่จนครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามที่ได้จดทะเบียนการเช่าไว้และย่อมไม่ประสงค์จะให้ผู้ให้เช่ามีสิทธิเลิกสัญญาได้ก่อนครบกำหนด เมื่อทรัพย์ที่เช่าถูกยึดตามคำสั่งศาลเพราะการกระทำของผู้ให้เช่าเดิม มิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลย สัญญาเช่ายังไม่สิ้นสุด โจทก์เป็นผู้รับโอนทรัพย์ที่เช่าย่อมรับมาทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่าด้วย ตาม ป.พ.พ. 569 โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและฟ้องขับไล่จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจักรี อมรกุล · จำเลย - นางยินดี ลายล้อมทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพล สัตยาอภิธาน · ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นางชุติมา จงสงวน · ศาลอุทธรณ์ - นายทวีวัฒน์ แดงทองดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา