คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาซื้อขายกำหนดให้รับมอบทรัพย์สินภายในระยะเวลาหนึ่ง ผู้ขายมีสิทธิส่งมอบทรัพย์สินนั้นในวันใดก็ได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว สิทธิเรียกร้องของผู้ซื้อที่จะเรียกเงินมัดจำคืนจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวไปแล้ว และอายุความให้เริ่มนับเมื่อผู้ขายผิดนัดหรือไม่ส่งมอบทรัพย์สินภายในกำหนดเวลา
ย่อคำพิพากษา
สัญญาซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์จำเลยกำหนดให้รับรถภายในเดือนพฤศจิกายน 2535 จำเลยมีสิทธิที่จะส่บมอบรถยนต์ให้แก่โจทก์ในวันหนึ่งวันใดก็ได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวสิทธิเรียกร้องเอาเงินมัดจำคืนของโจทก์จึงยังไม่อาจบังคับได้ การนับอายุความเพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องจึงต้องเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดไปแล้ว คือเริ่มนับในวันที่ 1ธันวาคม 2535 อันเป็นวันที่จำเลยผิดนัดและโจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ และการฟ้องเรียกเอาเงินมัดจำคืนกรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงฟ้องได้ภายในกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/30
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเริงพันธ์ ขันธะชวนะ · จำเลย - จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · จเร อำนวยวัฒนา · อรุณ น้าประเสริฐ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงดุสิต - นายพูนศักดิ์ เบ็มแซมเกษ · ศาลอุทธรณ์ - นายฤทธิไกร สายเกษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา