⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4498/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4498/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีแพ่งให้ผู้จัดการมรดกชำระหนี้ตามเช็คที่ผู้ตายสั่งจ่ายไว้ก่อนตาย ศาลจะวินิจฉัยเพียงว่าผู้ตายเป็นหนี้ตามเช็คหรือไม่เท่านั้น ส่วนจำนวนทรัพย์มรดกที่จะนำมาชำระหนี้เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งในชั้นบังคับคดี

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของซ. เป็นคดีแพ่งให้ชำระเงินตามเช็คที่ซ. ได้สั่งจ่ายให้โจทก์ไว้ก่อนถึงแก่กรรมเป็นกรณีที่ศาลจะพิจารณาและวินิจฉัยในประเด็นสำคัญแต่เพียงว่าซ. เจ้ามรดกนำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้ตามเช็คและซ. จะต้องรับผิดชำระหนี้ตามเช็คหรือไม่เท่านั้นดังนั้นในส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกของซ.ที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์มีอยู่แค่ไหนเพียงใดย่อมเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งในชั้นบังคับคดีแม้ข้อความที่จำเลยเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของซ. จะเป็นความเท็จหรือไม่ก็ตามก็มิได้ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไปและในคดีดังกล่าวศาลก็มิได้หยิบยกเอาคำเบิกความของจำเลยมาวินิจฉัยให้เป็นผลแพ้ชนะคดีคำเบิกความของจำเลยจึงไม่เป็นข้อสำคัญในคดีจำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา177

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177,350, 90, 91 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำฟ้องเฉพาะข้อหาเบิกความเท็จไว้ไต่สวน ส่วนข้อหาโกงเจ้าหน้าเหตุเกิดนอกเขตอำนาจศาล จึงไม่รับ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นภริยาของนายซ้อน บุตรน้ำเพชร ผู้ตายโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เมื่อนายซ้อนถึงแก่กรรมจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายซ้อนตามคำสั่งศาล ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นคดีแพ่งให้ชำระเงินตามเช็คจำนวน 200,000 บาทซึ่งนายซ้อนเจ้ามรดกจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 735/2535 ของศาลชั้นต้น จำเลยได้เบิกความเป็นพยานในคดีดังกล่าวเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายซ้อนมีใจความว่า นายซ้อนมีที่ดินเป็นทรัพย์มรดกเพียง 2 ไร่ และติดจำนองอยู่ที่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด แต่ความเป็นจริงจำเลยได้โอนที่ดินมรดกของนายซ้อนอีกแปลงหนึ่งเนื้อที่ 2 ไร่มาเป็นของจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกแล้วโอนต่อไปให้บุคคลอื่นไปก่อนที่จะมาเบิกความแล้วมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ในการพิจารณาคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายซ้อนต่อศาลชั้นต้นเพื่อเรียกเงินตามเช็คดังกล่าว เป็นกรณีที่ศาลจะพิจารณาและวินิจฉัยในประเด็นสำคัญแต่เพียงว่า นายซ้อนเจ้ามรดกนำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้ตามเช็ค นายซ้อนจึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามเช็คหรือไม่เท่านั้น ฉะนั้นในส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกของนายซ้อนที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์มีอยู่แค่ไหนเพียงใด ย่อมเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ในชั้นบังคับคดี แม้ข้อความที่จำเลยเบิกความตอบโจทก์ตามที่โจทก์ถามค้านเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของนายซ้อนเป็นความเท็จหรือไม่ก็ตาม ก็มิได้ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป และในคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นก็มิได้หยิบยกเอาคำเบิกความของจำเลยมาวินิจฉัยให้เป็นผลแพ้ชนะคดีแต่อย่างใดคำเบิกความของจำเลยนั้นจึงไม่เป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4498/2539 นาง นัยนา จงศักดิ์สวัสดิ์ โจทก์ นาง สำลี ชุ้นเกษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง นัยนา จงศักดิ์สวัสดิ์ · จำเลย - นาง สำลี ชุ้นเกษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อร่าม หุตางกูร · ไพศาล รางชางกูร · สมพล สัตยาอภิธาน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ