คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4695/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การนำสืบถึงมูลหนี้ที่มาของหนี้ตามสัญญากู้ยืม ไม่ถือเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94
* หากจำเลยให้การรับว่าเป็นหนี้จริง โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างสัญญากู้ยืมเป็นพยานหลักฐาน แม้สัญญานั้นจะต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ก็ตาม
* เงินที่ลูกหนี้ชำระเกินกว่าหนี้ที่ต้องชำระ ให้ถือว่าเป็นการชำระหนี้ที่ถึงกำหนดชำระก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 328
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ โจทก์นำสืบมูลที่มาของหนี้ตามสัญญากู้ว่าเดิมมีอยู่อย่างไร และเหตุใดจึงมีจำนวนหนี้ดังกล่าวตามที่จำเลยขีดฆ่าและลงชื่อกำกับไว้ก่อนที่จะมีการแก้ไขข้อความในเอกสารนั้นมีความเป็นมาอย่างไรมิใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94
แม้สัญญากู้ยืมจะเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรจึงจะอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ แต่ในกรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้และจำเลยให้การรับว่าเป็นหนี้จริง โจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องอ้างสัญญากู้ยืมเป็นพยานหลักฐาน
จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่หลายจำนวน และได้ชำระหนี้ให้โจทก์เกินกว่าหนี้ที่ต้องชำระอยู่จำนวนหนึ่ง จึงให้นำเงินจำนวนดังกล่าวชำระหนี้ซึ่งถึงกำหนดชำระก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 328
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมณีรัตน์ เนียมเรือง · จำเลย - นายสุรพล อินทรมณเฑียร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธวัชชัย พิทักษ์พล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายนำ กรุยรุ่งโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายปกรณ์ บุญญกูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา